้ใด…เป็นผู้ใดกันแน่ที่ลอบทำร้ายข้า!”
เมื่อครั้งอดีต เขาเคยรุ่งโรจน์เพียงใด?
รับโชคแห่งฟ้าดิน พิสูจน์ตะเกียงดับแสงและบังเอิญอยู่ในห้วงมหันตภัยของฟ้าดิน กอบโกยได้อย่างเต็มที่ แม้ในหมู่เจินจวิน เขาก็นับเป็นหนึ่งในผู้โดดเด่น!
น่าเสียดาย เขากลับไร้วาสนา!
เหตุใดจึงต้องตกมาถึงสภาพเช่นวันนี้?
นี่เป็นครั้งแรกที่หงยวิ๋นมิอาจห้ามความคิดสะท้อนตนเองได้ แต่เมื่อย้อนมองเพียงครู่เดียว ก็ทำให้เขาเย็นวาบไปทั้งสรรพางค์
ข้าตายได้อย่างไร?
ห้าพันปีมาแล้ว ด้วยเหตุจากอุปสรรคแห่งญาณรู้ทำให้เขามองข้ามไปสิ้นว่า “ตนเองตายได้อย่างไร” เอาแต่หมกมุ่นกับการแสวงหาโอสถทองคำเพื่อหวนคืนตำแหน่งมรรคผล
ครานี้ท่ามกลางความผันผวนของอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นลง เขาจึงเริ่มสะท้อนและหวนคิด ก่อนจะฉับพลันตื่นตระหนก ดั่งฉีกม่านหมอกที่ปกคลุมตาอยู่ออก “ไอ้สวะเอ๊ย! มีคนลอบสังหารข้านี่เอง! ข้าอุตส่าห์คิดมาตลอดว่าตนตายเพราะชราภาพแล้วไร้วาสนา ที่แท้กลับมีคนชั่วซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง!”
“อั้งเซียว!!!”
ใช่แล้ว! เขาไม่มีวันลืมความหวาดกลัวที่ถูกบดขยี้นั้นได้ —ไม้มหาไพรที่น่ารังเกียจ! อีกฝ่ายไม่เพียงไม่ตาย ยังอยู่ในขั้นกลางของมรรคผลโอสถทองคำแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับพลังสูงส่ง ความรู้ความสามารถก็สูงส่ง ทั้งยังครองตำแหน่งมรรคผลกลับเลือกช่วงปลายของมหันตภัยพันปี ฉวยโอกาสลอบโจมตีตนซึ่งอยู่เพียงขั้นต้นของมรรคผลโอสถทองคำ…
สัตว์เดรัจฉาน!
หงยวิ๋นโกรธจน