ไร และก็ไม่สนใจด้วยว่าเจ้าแพ้เพราะอะไร ผู้ชนะคือราชา ผู้แพ้คือโจร นี่คือกติกาของเกม”
พูดจบ ทั้งสองคนก็เดินเคียงข้างกันเข้าไปในโรงตีเหล็ก
สายตาของเหออวิ๋นจับจ้องไปที่กระบี่ยักษ์เล่มใหม่นั้นไม่วางตา ในใจพลุ่งพล่านไปด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะบรรยาย ฝีมือของหนิงเป้านั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง คมดาบส่องประกายเจิดจ้าภายใต้แสงไฟ ราวกับอสูรร้ายที่หลับใหล รอคอยการปลุกจากเจ้าของ
หนิงเป้าตบไหล่เหออวิ๋น ในแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “เจ้าหนู ฝีมือว่องไว พละกำลังน่าทึ่ง เมื่อใช้ร่วมกับกระบี่ยักษ์เล่มนี้แล้ว ฝีมือจะต้องยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน ราวกับเสือติดปีก”
เหออวิ๋นรับกระบี่ยักษ์มา ลูบไล้มันอย่างรักใคร่ สัมผัสถึงน้ำหนักที่เต็มมือ พลางครุ่นคิดในใจ
ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เงยหน้าขึ้นมองหนิงเป้า ในแววตามีความคาดหวังอยู่บ้าง “จริงสิครับ ข้าอยากจะซื้อชุดเกราะอีกสักชุด ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีอะไรแนะนำดีๆ บ้างไหมครับ?”
หนิงเป้าได้ยินดังนั้น ในดวงตาก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา หัวเราะเหะๆ “ชุดเกราะน่ะรึ ก็ต้องดูว่าเจ้าต้องการประเภทไหนล่ะ”
“เจ้าอยากจะได้แบบที่พลังป้องกันสูงปรี๊ด เหมือนกระดองเต่าที่ไม่มีวัน