มีก็ถือกำเนิดขึ้น จากนั้นตนก็เป็นผู้เปิดเผยฐานะของอั้งเซียว
ผลลัพธ์ก็คือ อาจารย์ลุงจงกวงไม่มีเรี่ยวแรงไปทำลายเศษเสี้ยวถ้ำสวรรค์อีก แม้แต่กลางทาง ชิงเฉิงเฟยเสวี่ยเจินจวินก็ยังไม่สนับสนุนเขา สุดท้ายกลับต้องร่วมมือกับอั้งเซียว…แต่ชาตินี้ต่างออกไป ชาตินี้เขามิได้เผยความลับแม้เพียงเศษเสี้ยว
ดังนั้น ในชาตินี้ การเลือกของจงกวงก็ย่อมต่างออกไป
ในสายตาของอาจารย์ลุงจงกวงตอนนี้ ศัตรูที่ใหญ่ที่สุดก็คือหงยวิ๋น การทำลายเศษเสี้ยวถ้ำสวรรค์ของหงยวิ๋น จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที
เพียงเท่านี้…ก็เพียงพอแล้ว
ณ เจียงเป่ย ลวี่หยางยืนมือไพล่หลัง มองไกลออกไปยังแนวทะเลเมฆเชื่อมฟ้า จับสภาพจิตใจของจงกวงได้อย่างแม่นยำ “เศษเสี้ยวถ้ำสวรรค์ มอบให้อาจารย์ลุงเถอะ”
ส่วนอีกเส้นทางถอยนั้น เขาจะเป็นผู้จัดการเอง
มีเพียงเช่นนี้เท่านั้น จึงจะบีบให้หงยวิ๋นเลือกเส้นทางสวรรค์เจ็ดยอแสงทำให้ไม่มีโอกาสเวียนว่ายตายเกิดอีก และตกลงสู่กับดักของตน
ครุ่นคิดถึงจุดนี้ ลวี่หยางก็หันไปมองข้างกายทันที
“สหายนักพรต ครานี้ที่ออกมากับข้า ท่านมิได้พูดอะไรเลยนะ”
ข้างกายลวี่หยาง ชายผู้หนึ่งก้มหน้าอย่างนอบน้อม ทั้งที่กระแสพลังพลุ่งพล่าน ระดับพลังสูงส่งเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกว่าร่างเขาเล็กลงอย่างประหลาด ได้ยินดังนั้นก็เพียงยิ้มขื่น “ทำให้ท่านต้องหัวเราะเยาะเสียแล้ว…”
“ไม่จำเป็นต้องเรียกว่าท่าน” ลวี่หยางได้ยินก็ทำสีหน้าเคร่งขรึ