ดู
พูดจบก็ตั้งท่าเตรียมจะฟาดฟัน แต่ยังไม่ทันได้ขยับ
ฟึ่บ
ตาเฒ่าสะบัดมือเบาๆ ปราณไร้สภาพพุ่งตัดไม้ไผ่ในมือโจวสิงขาดเป็นสองท่อนกระเด็นหลุดมือ
โจวสิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ตาเฒ่าไม่พูดอะไร เพียงสะบัดมืออีกครั้งไปยังกอไผ่ด้านขวามือ ลมปราณหมุนวนเป็นพายุขนาดย่อม พัดพากองใบไผ่และดินโคลนที่ทับถมกันอยู่ออกไป เผยให้เห็นด้ามจับของอาวุธชนิดหนึ่งที่ฝังจมดินอยู่
ไปเอามา
ตาเฒ่าพูดสั้นๆ แล้วเอนตัวลงนอนโยกเก้าอี้ต่อ เสียงไม้ไผ่เสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะ
โจวสิงเดินเข้าไปหาด้ามจับนั้นด้วยความสงสัย
แค่สัมผัสแรกที่แตะด้ามจับ ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดเข้าสู่ฝ่ามือ
โจวสิงเลิกคิ้วสูง โคจรลมปราณทานตะวัน เข้าต้านทาน แล้วออกแรงดึง
ครืดดด
ดาบ ไม่สิ กระบี่เล่มหนึ่งถูกดึงขึ้นมาจากผืนดิน แม้จะมีคราบดินเกาะกรัง แต่โจวสิงสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวกระบี่
เขาปัดฝุ่นดินออกจากฝักและด้ามอย่างเบามือ แล้วตัดสินใจชักมันออกจากฝัก
ชิ้งงง
เสียงโลหะกังวานใสไพเราะราวเสียงพิณ ทันทีที่คมกระบี่เผยโฉม ไอเย็นรุนแรงก็ระเบิดออกมาปะทะใบหน้า ใบกระบี่บางเฉียบ ส่องประกายแวววาว คมกริบจนน่าหวาดเสียว ที่โคนกระบี่สลักอักษรโบราณสองตัว