วันเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
ชีวิตของโจวสิงเริ่มเข้าสู่แบบแผนที่ลงตัว ทุกเช้าตื่นมานั่งสมาธิเดินลมปราณหนึ่งชั่วยาม จากนั้นฝึกวิชาตัวเบา ย่ำหิมะไร้รอย
เมื่อถึงยามสาย ก็เปิดร้านตรวจคนไข้จนถึงบ่าย ช่วงเย็นปิดร้านฝึกกระบวนท่า หัตถ์พันเงาทานตะวัน และปิดท้ายด้วยการนั่งสมาธิอีกสองชั่วยามก่อนนอน
ส่วน เก้ากระบี่เดียวดาย นั้น ยอมรับตามตรงว่า ยากบรรลัย
แม้ตาแก่ถังจะปูพื้นฐานมาให้ดี แต่เคล็ดวิชาใน เก้ากระบี่เดียวดาย นั้นอ้างอิงหลักปรัชญาจากคัมภีร์ อี้จิง (คัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลง) เต็มไปหมด ทั้งเรื่องทิศทาง ธาตุทั้งห้า และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง
โจวสิงผู้มีความรู้เรื่องอี้จิงแค่หางอึ่ง จึงทำได้แค่อ่านผ่านๆ แล้ววางไว้ก่อน รอให้ศึกษาอี้จิงจนแตกฉานค่อยกลับมาฝึกก็ยังไม่สาย
อีกอย่าง คนเราไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือ ฝึกพร้อมกันสามวิชาก็แทบจะอ้วกแล้ว ขืนยัดวิชาที่สี่เข้าไปคงได้ธาตุไฟเข้าแทรกตายก่อนเก่ง
ผ่านไปหนึ่งเดือน ชื่อเสียงของ หอจิ่วสิง ก็เริ่มติดตลาด
ชาวบ้านจากตำบลใกล้เคียงเริ่มทยอยมารักษาที่นี่ เพราะคิวที่โรงหมอเทวดาเซวียยาวเหยียดจนรอไม่ไหว แม้คนไข้จะไม่ถึงกับล้นร้าน แต่ก็มีมาเรื่อยๆ วันละสองสามราย พอใ