้มอย่างนึกสนุก
แม่เฒ่าหม่าเดินมาหยุดยืนห่างจากหลี่หมู่ไม่ไกล
สองมือกุมหัวไม้เท้าแน่น
ความจริงขานางก็ไม่ได้เป็นอะไร อายุเพิ่งจะหกสิบกว่า ยังแข็งแรงดีอยู่
ที่ต้องถือไม้เท้าก็เพราะอยากจะดูน่าเกรงขามก็เท่านั้น
ตระกูลหลี่ก็ถือว่าเป็นตระกูลที่ก่อตั้งมาเป็นสิบปีแล้ว นางก็เลยรู้สึกว่าตระกูลตัวเองมีรากฐานมั่นคงพอสมควร
“หลี่หมู่! แกตาบอดหรือไง? เห็นย่าแล้วยังไม่รีบเข้ามาทำความเคารพอีก?”
อาซ้อรองเห็นหลี่หมู่ยืนนิ่งไม่ไหวติงก็โมโห ตวาดเสียงแข็งทันที
แม่เฒ่าหม่ายกมือขึ้นปราม
“หลี่หมู่ มานี่ยัง มาให้ย่าดูหน่อยซิ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
หลี่หมู่จ้องมองนาง รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“จุ๊ ๆ ๆ ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากจริง ๆ นะเนี่ย…”
“หลี่หมู่! แกหมายความว่าไง!?”
ลุงใหญ่ตวาดถามเสียงแข็ง
แม่เฒ่าหม่ายกมือห้ามลุงใหญ่อีกครั้ง สููดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนที่สุด
“ย่ารู้ ว่าในใจแกคงยังโกรธแค้นอยู่บ้าง”
“หลายวันมานี้ ย่ามัวแต่คิดทบทวนดู ถึงยังไงแกก็เป็นสายเลือดของตระกูลหลี่”
“จะปล่อยให้ไปตกระกำลำบากข้างนอก ย่าก็ไม่สบายใจ”
“สองวันก่อน ย่าให้เสี่ยวหงกับเสี่ยวหลานไปชวนแกกลับตระกูล แกก็