่ำสุด
ตอนที่ฉินจ้านเย่ชวนมา เขายังแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย
ถึงฉินจ้านเย่จะรับปากว่าจะช่วยพูดเชียร์คอกม้าของเขาให้ผู้ใหญ่ฟังก็เถอะ แต่นี่มันโชคหล่นทับเร็วไปไหม
นอกจากจะได้ร่วมนั่งโต๊ะเดียวกับศาสตราจารย์สวีและหัวหน้าซ่งแล้ว
ยังได้ร่วมโต๊ะกับท่านรองผู้บัญชาการหวังหลงเฉิงอีก!
เล่นเอาทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
หวังหลงเฉิงมีหรือจะดูไม่ออกว่าฉินจ้านเย่คิดอะไรอยู่
หมอนี่กำลังอาศัยจังหวะนี้มารายงานเรื่องการเบิกของรางวัลให้เขารับรู้
ซึ่งของรางวัลพวกนี้ยังไงก็ต้องทำเรื่องเบิกอยู่แล้ว และเขาก็เป็นคนดูแลเรื่องนี้พอดี
ในเมื่อเขารับรู้เรื่องนี้แล้ว พวกฉินจ้านเย่ก็จะได้ไม่ต้องไปทำเรื่องเบิกให้วุ่นวาย
“เอาเถอะ เรื่องของรางวัลไม่มีปัญหาหรอก ประเด็นสำคัญคือเรื่องผลงานต่างหาก”
“ท่านหัวหน้าซ่ง ศาสตราจารย์สวี แล้วก็บรรดาอาจารย์ในแผนกวิจัย มีความเห็นยังไงเกี่ยวกับ ‘หลิวหยุนห้าสั่น’ บ้างครับ?”
หวังหลงเฉิงหันไปถามความเห็นจากศาสตราจารย์สวีและหัวหน้าซ่ง
“ท่านรองวางใจได้เลยครับ ตอนนี้ทุกคนกำลังเร่งแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างเต็มที่”
“ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน ‘หลิวหยุนห้าสั่น’ รูปแบบใหม่จะต้องเสร็จสมบูรณ์แน่นอน และเราจะยังคงจัด