หลี่หมู่ควบม้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฉินจ้านเย่
สภาพมอมแมมคลุกฝุ่น ผมเผ้าชี้ฟูเหมือนซูเปอร์ไซย่า แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงหู
“คิดชื่อไว้แล้วใช่ไหมล่ะ?”
ฉินจ้านเย่ถามยิ้ม ๆ
“ชื่อ เหย่ากู่!” หลี่หมู่ตบแผงคอม้าเบา ๆ เขาคิดไว้แล้วจริง ๆ
ฉินจ้านเย่พยักหน้ายิ้ม ๆ
แม้เหล่าโจวจะเสียดายจนแทบขาดใจ แต่ก็ต้องจำยอมส่งป้ายม้าให้หลี่หมู่
พลางกำชับนักกำชับหนาว่าให้ฉินจ้านเย่กับหลี่หมู่ช่วยพูดเชียร์ศูนย์เพาะพันธุ์ม้าของเขาให้ด้วย
ฉินจ้านเย่คุยกับเหล่าโจวต่ออีกพักใหญ่ ก็พาหลี่หมู่เดินออกจากคอกม้า
ขากลับ ทั้งสองคนขี่ม้าตีคู่กันมาแบบชิล ๆ ถือโอกาสให้ม้าของหลี่หมู่ได้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมข้างนอกคอกไปด้วยเลย
และภาพนี้ก็บังเอิญไปเตะตาสองสาวเข้าอย่างจัง
สองสาวที่ว่าก็คือ หลี่เสี่ยวหง กับ หลี่หลาน
หลี่หลานเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลี่หมู่ สนิทกับหลี่เสี่ยวหงมาก
ตั้งแต่เข้ามาในแดนเหววันนี้ พอเห็นทหารขี่ม้าศึก พวกเธอก็อยากได้บ้างจนตัวสั่น
พอถึงเวลาพักเที่ยง ทั้งสองคนก็ไปสืบจนรู้ว่าคอกม้าของกองทัพอยู่ที่ไหน
กะว่าด้วยอิทธิพลของตระกูลหลี่ในตอนนี้ จ่ายเงินฟาดหัวสักหน่อย ก็คงซื้อหยิบยืมม