ี้หมกมุ่นกันขนาดไหน”
“แค่คำพูดของเธอไม่กี่ประโยค อาจจะช่วยยกระดับ ‘หลิวหยุนสามสั่น’ ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นเลยก็ได้”
“ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ ถ้า ‘หลิวหยุนสามสั่น’ ถูกพัฒนาให้เป็น ‘ห้าสั่น’ ได้จริง ๆ”
“พลังรบโดยรวมของทหารระดับล่างสายทวนและกระบองในเขตการทหารของเรา จะก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาล”
“และถ้าพัฒนาไปถึง ‘หกสั่น’ ได้ล่ะก็!”
“มันอาจจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของทหารในเขตเราได้เลยด้วยซ้ำ!”
“นี่มัน… นี่มันเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เลยนะพ่อหนุ่ม ฉัน… ฉันจะไปทำเรื่องขอรับความดีความชอบทางทหารให้เธอเอง!”
พูดไปพูดมา น้ำตาของศาสตราจารย์สวีก็รื้นขึ้นมาคลอเบ้า เสียงเริ่มสั่นเครือ
หลี่หมู่หันไปมองหน้าฉินจ้านเย่
ฉินจ้านเย่พยักหน้าให้เขาอย่างจริงจัง
หลี่หมู่ยิ้ม
“ยินดีครับ…”
ศาสตราจารย์สวีน้ำตาไหลพราก เอามือหยาบกร้านกุมมือหลี่หมู่ไว้แน่น แล้วจูงมือเขาเดินกลับเข้าไปในแผนกวิจัย
ตามมาด้วยหัวหน้าซ่งและบรรดาอาจารย์ที่เหมือนโดนป้ายยา
คนกลุ่มใหญ่กรูกันกลับเข้าไปในห้องประชุมใหญ่
ฉินจ้านเย่ไม่ได้ตามเข้าไปด้วย
เขายืนรออยู่ข้างนอกเงียบ ๆ
ได้ยินแต่เสียงคนข้างในเดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวก็เสียงดัง