การฝึกฝน และพรสวรรค์สูงด้านการฝึกสัตว์วิเศษ ถ้าแบบนี้ไม่เรียกว่าอัจฉริยะแล้วจะเรียกว่าอะไร?
คิดถึงตรงนี้ จวงเหยียนก็เงียบไป
“ฮ่าๆ นายไม่ต้องกังวลมากหรอก ถึงยังไงเด็กที่มีพรสวรรค์คนนี้ก็อยู่แค่ระดับสามขั้นเก้าเท่านั้น กว่าจะทะลวงขั้นอีกครั้งได้ก็ต้องใช้เวลาอีกสักพัก นายยังมีโอกาสอยู่นะ”
พูดถึงตรงนี้หลิวซื่อเหวยก็หยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อ “ในระหว่างนี้ นายอาจจะหาคนที่มีพรสวรรค์แบบเดียวกันได้ก็ได้นะ จริงไหม?”
ตอนที่หลิวซื่อเหวยพูดประโยคนี้นัน มันช่างเป็นการยั่วโมโหคนจนแทบอยากตายเลยทีเดียว พูดตามตรงเขาพร้อมที่จะเผชิญกับความโกรธของจวงเหยียนแล้ว แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้พัฒนาไปตามที่เขาคาดไว้
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จวงเหยียนไม่เพียงแต่ไม่ระเบิดอารมณ์ แต่กลับยิ้มโดยมุมปากโค้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“นาย… ยิ้มอะไร?” หลิวซื่อเหวยตกตะลึงกับปฏิกิริยาของจวงเหยียน เขาพูดอะไรมากเกินไปจนทำให้อีกฝ่ายหัวเสียหรือเปล่านะ?
ในขณะที่หลิวซื่อเหวยกำลังคิดอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงของจวงเหยียน “งั้นฉันต้องขอบคุณคำพูดดีๆ ของนายจริงๆ”
“หือ?” หลิวซื่อเหวยแสดงความสงสัยด้วยน้ำเสียงสูง และใบหน้าของเขาก็ดูสับสนมากขึ้น
ขอบคุณคำพูดดีๆ? เขาไม่ได้พูดอะไรนี่?
จวงเหยียนยิ้มพลางพูดต่อ “บังเอิญจังเลย ตอนที่ฉันตรวจสอบอาจารย์ระดับสามที่เมืองเผิง ฉันก็ได้พบคนที่มีพรสวรรค์ด้านนักปรุงยาที่น่าทึ่งมากเช่นกัน”
“ด้านยาเหรอ?” ตาของหลิวซื่อเ