้งเขาก็อยู่ด้านหลังไป๋เสวี่ยแล้ว เขาอยากรู้จริงๆ ว่าอาจารย์หนุ่มตรงหน้าทำได้อย่างไร
“คอที่โค้งงอสวยงาม! กีบนี้มีข้อต่อที่ชัดเจนแต่ก็ยังดูอวบอิ่ม! เส้นเอ็นรอยหวายนี้! แม้แต่ช่างแกะสลักที่เก่งที่สุดก็คงแกะได้ไม่สมบูรณ์แบบขนาดนี้หรอก แผงคอนี้! การผสมผสานสีนี่! ความนุ่มฟูนี่! ว้าว ฉันว่าในใต้หล้าคงไม่มีใครเทียบได้แล้วละ”
“ดูหางนั่นสิ! เส้นโค้งนั่น! ถ้ายืนอยู่ตรงนั้นคงทำให้พวกสัตว์ตัวผู้หลงใหลไปตามๆ กันแน่เลย? ดูลูกตาของมันสิ แม้แต่ดวงดาวบนท้องฟ้าก็ยังไม่เจิดจ้าเท่านี้เลย!”
หลี่ซือเหวยเพิ่งปรากฏตัว และก่อนที่เขาจะได้ยินคำพูดสักสองสามคำ เขาก็เกือบจะสะดุดล้มลงกับพื้น แทบต้องแคะหูเพื่อยืนยันว่าการได้ยินของตัวเองไม่มีปัญหา สายตาของเขาไปตกอยู่ที่กีบเท้าอวบๆ และเส้นเอ็นรอยหวายของไป๋เสวี่ย ก่อนจะมองไปตรงหางที่ห้อยและดวงตาธรรมดาๆ ของมัน มุมปากของเขากระตุกอย่างรุนแรง สีหน้าดูประหลาดมาก
นี่มันใจร้ายเกินไปจะชมไป๋เสวี่ยแบบนั้นตอนที่มันอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ยังไง ใครจะเชื่อลงกัน… แต่อย่างน้อยไป๋เสวี่ยก็เชื่อ!
เมื่อสังเกตท่าทางที่ไป๋เสวี่ยยืนอย่างมีความสุข หลี่ซือเหวยก็เงียบไป ไป๋เสวี่ยสังเกตเห็นนายของมันอย่างชัดเจน แต่มันแค่มองหลี่ซือเหวยแวบหนึ่งแล้วหันไปทางอื่น ก่อนจะถูไถศีรษะกับแขนของสวี่เชออีกครั้ง
มันรู้สึกว่าคนตรงหน้านี้เข้าใจมันที่สุด เขาหล่อและพูดจาไพเราะ มันชอบเขามาก ไม่เหมือนตาแก่หลี่ซือเหวยนั