บทที่ 439 ผู้ใดว่าคนดีจะไม่วางหลุมพราง
ยามนี้ สรรพสิ่งก็เงียบงัน
“หา?”
กว่างหมิงยืนนิ่งดุจต้องมนตร์ ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาผุดวาบขึ้นในห้วงคิด เหงื่อเย็นไหลรินอย่างไม่อาจห้าม
‘ข้าทำอะไรลงไปกัน?’
ขึ้นครองตำแหน่งเป็นศิษย์พุทธะ คุมอำนาจเหนือแดนสุขาวดี ทั้งยังวางหมากทั่วหล้า วางแผนทั่วจตุรทิศ กระแสลมเมฆแห่งโลกอยู่ในกำมือ… แต่เรื่องพรรค์นี้ มันใช่ตัวข้าหรือ?
‘นี่ไม่ใช่ข้า!’
กว่างหมิงย่อมรู้จักตนเองแจ่มชัดยิ่งนัก เขาเป็นเพียงคนที่อยากดำเนินชีวิตไปวัน ๆ มิได้มีปณิธานยิ่งใหญ่ เพียงได้กินอิ่มนอนหลับไร้ทุกข์ร้อนก็พอ ไยต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อก่อการใหญ่เขย่าใต้หล้าเล่า? ทว่าหลายปีมานี้ กลับมิรู้สึกถึงความผิดปกติแม้แต่น้อย!
‘ข้ากำลังทำอะไรกันแน่…’
กว่างหมิงค่อย ๆ ก้มมองฝ่ามือของตนเอง ร่างกายทองคำที่เคยอิ่มเอิบด้วยเลือดเนื้อ ครั้นมองยามนี้… กลับราวกับเหลือเพียงชั้นหนังบาง ๆ หุ้มไว้
‘…อา’
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปยังเบื้องหน้าที่ปราบมารยืนอยู่ ดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายสุกสว่าง แต่สุดท้ายสิ่งที่ฉายออกมากลับไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวหรือความเคียดแค้น
หากแต่เป็นความอับจนปัญญา
‘อย่างนี้นี่เอง… ข้าสิ้นชีพแล้ว’
เขานั้นแตกต่างจากผู้อื่น ผู้อื่นหาใช่ศิษย์พุทธะไม่ เมื่อถูกตัดขาดการเชื่อมโยงก็ยังอาจหวนคืนสู่แบบเดิมได้ ทว่าชีวิตและวิญญาณของเขานั้นกลับฝากไว้ที่อื่นไปเนิ่นนานแล้ว
การที่ปราบมารตัดขาดสายสัมพัน