ถีที่ผิดแผกออกไป
วินาทีนั้น—
“ปัง!”
พลันเห็นพระอรหันต์รูปหนึ่งซึ่งเพิ่งบรรลุไม่นาน หลับตาลงแน่นสนิท ก่อนจะตูมดังสนั่น มิหนำซ้ำยังกล้าหาญระเบิดตนเอง วิญญาณหนึ่งดวงลอยล่องเข้าสู่กระแสเวียนว่ายแห่งวัฏฏะ
พระเถระชราหันขวับ ดวงตาเบิกกว้าง “เพราะเหตุใด!?”
การเข้าสู่วัฏฏะ เพื่อชำระล้างวิญญาณ—ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นในยามที่ถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อกับพระผู้เป็นเจ้าเช่นนี้… นี่มิใช่เท่ากับว่าต้องการตัดขาดจากแดนสุขาวดีโดยสิ้นเชิงดอกหรือ!
“ช่างโง่เขลายิ่งนัก!”
พระเถระชราสั่นสะท้านไปทั้งมือ “พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตา แผ่รัศมีธรรมมาสู่พวกเราผู้ต่ำกว่า จึงได้มีแดนสุขาวดีเจียงซีอันร่มเย็นเช่นวันนี้ เหตุใดจึงกลับคิดทอดทิ้งไปเสียเล่า?”
เขามิอาจเข้าใจได้
จึงทำได้เพียงโยนความผิดทั้งปวงไปยังการกระทำของปราบมารตีความว่ามารมหันต์ผู้นี้บ่อนทำลายความบริสุทธิ์แห่งสุขาวดี ล่อลวงหมู่ภิกษุให้ไขว้เขว
แต่เมื่อเห็นภาพนั้นปราบมารกลับเผยรอยยิ้มออกมา
ท้องพระโรงใหญ่
เสียงเอะอะโกลาหลที่เคยดังระงม ค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อยปราบมารรั้งสติกลับคืนมา ก่อนพบว่าด้านหน้าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดกลับมีชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่
รูปโฉมของเขานั้นแสนธรรมดา สามัญยิ่งนักปราบมารถึงกับรู้สึกคุ้นตา ทว่ากลับนึกไม่ออกว่าเคยพบที่ใด ราวกับนำเอาลักษณะบนใบหน้าทั้งหลายในใต้หล้ามาผสมรวมกัน แล้วจึงหล่อหลอมเป็นโฉมนี้ขึ้นมา และยามนี้อีกฝ่ายกำลังทอดมองเขาด้วยแววต