ล้ว เพราะว่าตามหลักแล้ว เจินเหรินปราบมารกับแดนสุขาวดีหาได้มีความอาฆาตใดต่อกัน อีกทั้งแดนสุขาวดีก็นับได้ว่ามิใช่อยู่ฝ่ายอธรรม
ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีนี้ เจินเหรินปราบมารก็ดูราวกับเป็นการไปแดนสุขาวดีเพื่อมอบชีวิตให้แก่เขา หากเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใดจึงมิอาจพิสูจน์【ตำแหน่งมรรคผลกระบี่】ได้เล่า? มิเช่นนั้นแล้วยังมีสิ่งใดต้องหวาดหวั่น เพียงสำเร็จเป็นเจินจวิน ชักกระบี่กวาดล้างฟันฟาด ปัจจุบันนี้ผู้ใดเล่าจะต้านทานเขาได้?
“ใคร่รู้อย่างยิ่งรึ?”
เจินเหรินปราบมารหัวเราะบางเบา “แท้จริงก็ไม่มีสิ่งใดที่พูดมิได้ นี่คือเคราะห์กรรมของข้า การมาที่แดนสุขาวดีครั้งนี้ ก็เพื่อปิดฉากเคราะห์นี้ให้จบสิ้น”
‘เคราะห์กรรม?’ ลวี่หยางครุ่นคิดในใจ
อีกด้านหนึ่ง เจินเหรินปราบมารก็เอ่ยต่อ
“ตั้งแต่เยาว์วัย ข้ามีรากฐานล้ำค่า แม้จะเย่อหยิ่งหลงตนอยู่บ้าง ชาติแรกก็วางรากฐานได้โดยง่าย แต่เดิมตั้งใจมุ่งสู่มหามรรค สาบานว่าจะเป็นเจินจวินบนฟากฟ้าให้ได้”
เอ่ยถึงตรงนี้ แววตาของเจินเหรินปราบมารพลันฉายเงามืด “ต่อมา… เพราะเหตุบางประการ ข้าถูกบังคับให้หันมาบ่มเพาะเป็นผู้ฝึกกระบี่ ในตอนนั้นทั้งแค้นทั้งไม่ยอมรับชะตา แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก ตั้งปณิธานว่าจะต้องสร้างชื่อบนหนทางแห่งกระบี่ให้จงได้ จึงออกจากเขาลงไปฝึกฝน หวังหล่อหลอมเจตจำนงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด”
ระหว่างเอ่ยวาจา เจินเหรินปราบมารได้ก้าวเข้าสู่แม่น้ำมังกรใหญ่แล้ว
หาได้เห็นเขาใช้วิชาเทพ