หรือพลังวิชาไม่ เพียงแต่ปล่อย【เจตจำนงกระบี่สังหารสิ้น】ให้กระจายกว้าง ก็ผ่ากระแสน้ำเชี่ยวกรากของแม่น้ำมังกรใหญ่ออกเป็นทางโล่งได้ในบัดดล
ลวี่หยางรีบติดตามไปอย่างใกล้ชิด
“และก็ในคราที่ลงเขาฝึกฝนนั้นเอง ข้าได้พบกับบุคคลหนึ่ง เขาเป็นเพียงอาจารย์สอนหนังสือธรรมดา ภายใต้การปกครองของแคว้นชนชั้นสามัญแห่งเจียงหนาน”
“ครั้งนั้น ข้าถึงกับตื่นตะลึงดุจได้พบเทพเซียน”
“เพราะในเมื่อเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ย่อมควรดุจเศษหญ้าฟางไร้ค่า ทว่าข้ากลับพบ【เจตจำนงกระบี่】บนตัวเขา… มนุษย์สามัญกลับบ่มเพาะเจตจำนงกระบี่ได้!”
คำนี้สิ้น ลวี่หยางถึงกับนิ่งงัน
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด มนุษย์สามัญบ่มเพาะเจตจำนงกระบี่ได้หรือ? นั่นไม่ต่างอะไรกับให้ม้าตัวเล็กลากเกวียนหนัก ต่อให้บ่มเพาะได้จริง ก็มีแต่ตายอย่างรวดเร็ว!
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ——
‘มีพิรุธ! ไม่ถูกต้อง!’
ในสถานที่อัปรีย์นี้เขาถูกซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน ลวี่หยางจึงสั่งสมนิสัยระแวดระวังต่อสิ่งผิดแผกจากสามัญ ทั้งหมดล้วนควรค่าแก่ความสงสัย!
‘เก้าส่วนเป็นกับดัก!’
สีหน้าของลวี่หยางพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ถูกเจินเหรินปราบมารมองเห็นทุกประการ จึงหัวเราะเอ่ยว่า “เจ้าระแวดระวังกว่าข้ามาก ข้าในปีนั้นกลับมิได้คิดมากเพียงนี้”
“ครั้งนั้นชายผู้นั้นกำลังบ่มเพาะเจตจำนงกระบี่สำเร็จพอดีในยามที่ข้าเดินผ่าน แต่เพราะแรงกดดันของเจตจำนงกระบี่รุนแรงเกินไป ร่างกายเนื้อหนังมนุษย