อบคุณสหายที่ทุ่มแรงกำลังช่วยเหลือ ถิงโยวย่อมซาบซึ้งไม่รู้ลืม!”
ถ้อยคำนี้ ล้วนออกมาจากส่วนลึกในจิตใจโดยแท้
สำหรับท่านบรรพชนถิงโยวแล้ว ความเสียดายและความทุกข์ระทมที่สุด ก็คือเหตุที่วิถีอสูรวิญญาณถูกกวาดล้างด้วยหนึ่งกระบี่ในกาลนั้น เขากระทั่งมิอาจมีโอกาสได้เผชิญหน้าประลองสักครา
วันนี้ ลวี่หยางได้ทำให้ความปรารถนานั้นสัมฤทธิ์
แม้กล่าวโดยตรงว่า ในการต่อสู้เดี่ยวเมื่อครู่ เขามิใช่คู่มือของเด็กหนุ่มผู้ถือกระบี่ แต่แล้วจะเป็นอย่างไร? ท่านในสมัยนั้นยังเป็นเจินจวินโอสถทองคำ!
ข้าเพียงสองรุมหนึ่ง ยังนับว่าซื่อตรงกว่าท่านมากนัก!
“ท่านบรรพชนกล่าวเกินไปแล้ว”
ลวี่หยางเร่งประคองท่านบรรพชนถิงโยวขึ้น สีหน้าจริงใจเปี่ยมความรู้สึก “ข้าก็เป็นศิษย์แห่งวิถีอสูรวิญญาณ เรื่องนี้โดยแท้ก็คือหน้าที่ของข้า จะเกรงใจกันไปไยเล่า!”
“ท่านดูตอนที่ข้าใช้งานท่านผู้เฒ่า เคยห่างเหินรึไม่?”
“นี่…”
ท่านบรรพชนถิงโยวได้ยินดังนั้นก็ตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนที่บนใบหน้าจะปรากฏรอยยิ้มบาง “ก็จริง เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็ต้องใช้ให้มากหน่อย อย่าได้ห่างเหินเป็นอันขาด”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ลวี่หยางก็รอเพียงถ้อยคำนี้จากปากท่านบรรพชนถิงโยวเท่านั้น ครานี้จึงพยักหน้าอย่างพึงใจเต็มที่ แล้วจึงปล่อยให้ท่านบรรพชนถิงโยวผู้เพิ่งทะลวงผ่าน กลับไปปรับลมหายใจ
จนถึงยามนี้ เขาจึงเบนสายตามายังแก่นแท้ทองคำซึ่งถูกปราณแท้จริงบรรจุพันธนาการไว้
‘แก่นแท้ทองคำของเจินจวิน