นใจเริ่มมีลางร้ายบางอย่างคืบคลานเข้ามา ทว่าความรู้สึกนั้นเพิ่งจะโผล่พ้นหัว ก็ถูกเขาตัดทิ้งอย่างไม่ลังเล
‘เป็นไปไม่ได้! ข้าเองก็ฝึกเจตจำนงกระบี่มาทั้งชีวิต จะไม่เข้าใจมันได้อย่างไร? หากใช้เจตจำนงกระบี่ไม่สังหารสังหารผู้คน ความขัดแย้งรุนแรงปานนี้…เจตจำนงย่อมแตกร้าวแน่นอน! และเมื่อแตก ก็จะไม่อาจกดโชคชะตาที่มีไว้ได้อีก เขาจะต้องเริ่มแสวงหาโอสถทองคำโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง!’
และปลายทางของกระบวนการนั้น ย่อมเป็นความตายของเจินเหรินปราบมาร!
จะมีเรื่องเหนือความคาดหมายได้อย่างไร?
ไม่มีทางจะมีอะไรผิดพลาด!
…ทว่าเมื่อเวลาค่อยๆ เคลื่อนไป หน้าประตูเขานิกายกระบี่ พลังปราณของเจินเหรินปราบมารกลับไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น เช่นการเข้าสู่ขั้นแสวงหาโอสถทองคำ ก็ยังไร้วี่แววโดยสิ้นเชิง
‘…ท่านอาจารย์ ให้ใครสักคนไปดูทีเถิด’
เชว่เซียเจินเหรินเอ่ยขึ้นในที่สุด แววตาเบนไปยังร่างของศิษย์พุทธะกว่างหมิงที่นั่งเงียบขรึมตรงข้าม
“ท่านมาที่นี่นานนักแล้ว อย่างไรเสียก็ควรช่วยกระทำอะไรบ้างแล้วกระมัง”
ศิษย์พุทธะกว่างหมิงเห็นดังนั้นก็ประนมมือขึ้นในบัดดล
‘เขากลัวแล้ว’
ซึ่งก็สมควรอยู่ เพราะตนเองก็กลัวเช่นกัน…ที่กล้าคิดแผนลอบทำลายถึงเพียงนี้ ก็เพราะมั่นใจว่าหลังจากนั้นแล้ว เจินเหรินปราบมารต้องตายแน่นอน ไม่มีทางตอบโต้กลับมาได้
แต่หากเขาบาดเจ็บ…แล้วไม่ตายเล่า?
เช่นนั้นเรื่องนี้คงกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่แล้ว
โดยเฉพาะย