กปี้ฟัง
“เจ้าดื่มให้มันน้อยๆ หน่อยสิ” เว่ยจี๋มองสุราในมือของนางด้วยความสงสาร นั่นคือสุราบัวหยกน้ำค้างที่เสิ่นฉงเป็นคนกลั่นออกมาเอง ตอนที่พวกเขาออกมาจากฮวงเสิน เดิมทีก็ไม่ได้เอามาด้วยเยอะเท่าไร แต่ในปีนี้ เจียงหลีดื่มสุราชั้นเลิศนี่จนแทบเกลี้ยงหมดเสียแล้ว
เจียงหลีชำเลืองมองเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งยันศีรษะเอาไว้ นางหรี่ตามองเขาแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “สายตาของเจ้ามันฟ้องข้าว่าสิ่งที่เจ้าสงสารไม่ใช่ข้า”
เว่ยจี๋กลอกตามองบน “ใครเขาสงสารเจ้ากัน ข้าสงสารสุราต่างหาก เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเสิ่นฉงตั้งใจกลั่นสุราพวกนี้มากแค่ไหน ลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไหร่”
จากนั้นเขาก็บ่นให้เจียงหลีฟังเรื่องขั้นตอนการกลั่นสุราของเสิ่นฉง เจียงหลีดันศีรษะ มองเขาด้วยความเมาบ้างมีสติบ้าง ฟังเขาพูดพล่ามไม่รู้จักจบจักสิ้น
เมื่อเขาพูดจบ นางจึงยิ้มออกมาทันที “เจ้ามีใจให้ศิษย์พี่ใหญ่ของข้า”
!
เว่ยจี๋กระโดดตัวลุกขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะด่านางชุดใหญ่ “เจ้าสติวิปลาสไปแล้วหรือ มีจงไม่มีใจอะไรกันเล่า ข้าจะมีใจให้กับบุรุษได้อย่างไร”
เจียงหลีหัวเราะอ้อยอิ่ง ไม่ได้สนใจคำแก้ตัวของเขาตั้งแต่แรก แต่นางกลับพูดขึ้นอย่างมีเ