“ก็กลัวว่าพวกมันจะไม่มาเสียมากกว่า!” ในน้ำเสียงของเจียงหลีเต็มไปด้วยความทะนงตน คำพูดธรรมดาๆ ประโยคเดียวกลับสามารถปลุกขวัญกำลังใจได้
เจ้าอ้วนเวินรีบพูดทันที “ประมุขเซียน ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักหลีหุนอยู่ในมือ เดี๋ยวข้าจะไปเอามาให้”
“เจ้าอ้วน! นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะแอบเก็บของแบบนี้ไว้ด้วย!” ฉินเทียนอีพูดอย่างเหยียดหยาม
เจ้าอ้วนเวินทำหน้าบูดบึ้ง
“ไปเถอะ” เจียงหลีพยักหน้า
เจ้าอ้วนเวินออกจากตำหนักไปอีกครั้ง
มู่เหยี่ยนฉือมองเจียงหลี แววตาเผยจิตวิญญาณการต่อสู้ออกมา “ข้าจะไปอีกครั้ง”
เจียงหลีส่ายหน้า “เจ้าเพิ่งบาดเจ็บมา ถึงแม้ว่าจะหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังต้องฟื้นฟูร่างกายอีกสักระยะหนึ่ง อยู่เฝ้าป้องกันที่จยาเซียนดีกว่า”
“อาหลี ข้าไปเอง” เจียงเฮ่าลุกขึ้นยืน
มู่ชิงเหยียนสายตาเป็นกังวล แต่กลับเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ได้ขัดขวางอะไร
เจียงหลียังคงส่ายหน้า
“ข้าไปเอง” ฉินเทียนอียืนขึ้นมา แล้วสะบัดชุดสีแดงที่สวมใส่อยู่ด้วยท่าทางที่สง่างาม
เจียงหลีหันไปมองเขา แล้วก็ยังคงส่ายหน้า
กงเสวี่ยฮวายืนขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วพูดอย่างลำพองใจว่า “พวกเจ้าไม่ต้องแย่งกัน ข้าคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด”
“ไม่ เจ้าก็ต้องอยู่ที่นี่” เจียงหลีกล