ับพูดขึ้น
กงเสวี่ยฮวามองนางด้วยความมึนงง
เจียงหลีเก็บเอกสารข่าวกรอง จากนั้นนางก็ยืนขึ้นแล้วพูดว่า “ข้าไปเอง”
“อะไรนะ”
“ว่าอย่างไรนะ!”
ทุกคนต่างตกใจ
“ไม่ได้! เจ้าจะไปไม่ได้” เจียงเฮ่าไม่เห็นด้วยก่อนเป็นคนแรก
กงเสวี่ยฮวาก็พูดว่า “เจ้าคือประมุขของจยาเซียน จะไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้ไม่ได้ ถ้าหากสำนักหลีหุนจงรู้ว่าเจ้าไป เจ้าสำนักหลีหุนจงคงจะลงมือด้วยตัวเองเป็นแน่”
ฉินเทียนอีก็ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “ข้าไปเองดีกว่า”
“ข้าไปดีกว่า” มู่ชิงเหยียนก็เปิดปากพูดขึ้น
“เจ้าต้องอยู่ที่นี่” เจียงเฮ่าหันมาพูดกับมู่ชิงเหยียนด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้
“พอได้แล้ว ข้าไปเอง” เจียงหลีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจขัดขืนได้เช่นกัน
ทุกคนขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย
แต่เจียงหลีกลับพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “คนที่พวกมันอยากล่อให้ออกมามากที่สุดก็คือข้า และข้าก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น รีบจัดการเรื่องนี้ให้จบเสีย พวกเราจะได้ฝึกฝนอย่างสบายใจเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานปาฐกถาเจ้าครองนครในอีกสิบปีข้างหน้าได้อย่างเต็มที่”
“อาหลี เจ้ามีแผนการอย่างไร” เจียงเฮ่าพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เจียงหลีพูดว่า “ข้าจะไปเป็นตัวล่อ ส่วนพวกเจ้าจัดการเรื่อง