“เช่นนั้นเจ้ายังอยากจะร่ำรวยอยู่หรือไม่”
ทันใดนั้นคำพูดของเจียงหลีก็ดึงดูดสายตาของทุกคนให้มองมา
และเจียงหลีที่ใบหน้ายิ้มตาหยีราวกับสุนัขจิ้งจอก ทำให้ผู้คนคาดเดาความคิดของนางไม่ออก
“ใครจะไม่อยากร่ำรวย!” กงเสวี่ยฮวาแววตาว่างเปล่า
ฉินเทียนอีพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ดูถูก “เจ้าคนโลภ ถ้าหากมีคนมาเห็นเจ้าแบบนี้ ต้องมีคนคิดว่าเจ้าเป็นนายน้องกงแห่งวังเทียนอู่กงตัวปลอมแน่”
“เป็นนายน้อยแห่งวังเทียนอู่กงแล้วอย่างไร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของข้า แล้วก็ทรัพยากรที่ใช้ฝึกฝนก็ถูกจำกัด เฮ้อ ข้าเป็นคนจนนะ!” กงเสวี่ยฮวาพูดด้วยความน้อยใจ
“ถ้าหากสามารถรวมทรัพยากรของทั้งใต้หล้าได้ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับการพัฒนาของจยาเซียน” ทันใดนั้นมู่เหยี่ยนฉือที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้น
คำพูดของเขาทำให้คนอื่นๆ ต่างหันไปมองด้วยความตกใจ
มู่เหยี่ยนฉือที่ถูกคนอื่นๆ จ้องมองพูดขึ้นด้วยความไม่สบายใจ “อะไรหรือ”
“เปล่า” กงเสวี่ยฮวารีบพูดขึ้น “นี่ๆ ถ้าเจ้ายังเงียบต่อไป พวกเราคงคิดว่าเจ้าเป็นใบ้เสียแล้ว”
“…” มู่เหยี่ยนฉือยิ้มมุมปากก้มหน้าลงแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไม่พูดอีกแล้ว!” กงเสวี่ยฮวาพูดขึ้น
มือข้างหนึ่งของฉินเทียนอีจับที่หัวไหล่ของกงเสวี่ยฮวา