“ได้ยินไหวปี้บอกว่าเจ้าอยากพบข้า ข้าก็มาหาเจ้าเองเลย” ท่าทางที่งดงามของฉิงเวิ่นไม่ได้ดูเสแสร้งเลยสักนิด เป็นธรรมชาติอย่างมาก
เจียงหลียิ้มแล้วใช้มือทั้งสองข้างยกจอกสุราขึ้นมาเพื่อแสดงความนับถือ “รบกวนท่านประมุขแล้ว”
“ไม่เป็นไร ข้าก็อยากมาเห็นว่าคนที่ลูกศิษย์ข้าพูดถึงตลอดเป็นใคร รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร” ฉิงเวิ่นยิ้มเล็กน้อย
“ซือจุน!” ไหวปี้กระทืบเท้า แสดงความไม่พอใจด้วยท่าทางน่าเอ็นดู
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมามองไหวปี้ เป็นเรื่องยากที่จะไปข้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของซือจุนและศิษย์คู่นี้ “ข้าอยากพบท่านประมุข เพียงเพราะว่าอยากคุยเรื่องการร่วมมือกันรับมือสำน นักหลีหุนจง”
“สำนักหลีหุนจง” ฉิงเวิ่นยิ้มอย่างหยอกเย้า “ไม่ใช่ว่าเจ้าขึ้นมาแทนแล้วหรือ”
“ในเมื่อท่านยอมมาพบข้า แล้วทำไมจะต้องจงใจทำเป็นไม่รู้เรื่องด้วยล่ะ ผู้คนต่างก็รู้ว่าด้วยสันดานเดิมของสำนักหลีหุนจงแล้ว พ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้แล้ว สำนักหลีหุนจงไม่ยอ อมเลิกราอย่างแน่นอน ข้าคิดว่าอีกไม่นานจยาเซียนของข้าก็จะเผชิญกับการแก้แค้นของสำนักหลีหุนจง เมื่อถึงตอนนั้นถึงจะเรียกว่าการต่อสู้บนความเป็นความตายที่แท้จริง” เจียงหลีพูด
ฉิงเวิ่นยิ้มเล็กน้อยไม่ได้