างไปไม่น้อย ถ้าหากไม่กำจัดกลุ่มอำนาจกลุ่มนี้ ความเคียดแค้นในใจของนางก็ยากที่จะหายไปได้
“จยาเซียนและวังเวิ่นฉิงแบ่งปันทรัพยากรทั้งหมดของสำนักหลีหุนจงด้วยกัน” เจียงหลีพูดอย่างยิ่งใหญ่
ฉิงเวิ่นแววตาเปล่งประกายครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมา “เจ้าไม่รู้หรือว่าหลายปีมานี้สำนักหลีหุนจงสะสมทรัพยากรไปมากมายเท่าไหร่ เจ้าตัดใจทิ้งลงรึ”
“ไม่ว่าจะมากมายเท่าไหร่ ข้าพูดแล้วไม่คืนคำ” เจียงหลีแววตาแน่วแน่เป็นอย่างมาก
นางคือจักรพรรดินี พูดแล้วไม่คืนคำ!
ฉิงเวิ่นหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเอาจอกสุราในมือวางลงบนโต๊ะ “ดี! พูดคำไหนคำนั้น ไม่มีการคืนคำ!”
ตกลงร่วมมือกันสำเร็จ เจียงหลียิ้มอ่อน
“เพียงแต่ ข้ายังมีข้อแม้อีกหนึ่งข้อ” ทันใดนั้นฉิงเวิ่นก็พูดขึ้น
เจียงหลีเลิกคิ้วเล็กน้อย ถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม “ท่านว่ามาได้เลย”
ฉิงเวิ่นกวาดตามองไปยังไหวปี้ ไหวปี้รู้สึกกระวนกระวายจากการที่ถูกนางมอง
“ให้ลูกศิษย์ของข้าคนนี้เป็นผู้อาวุโสของจยาเซียนได้หรือไม่” ฉิงเวิ่นพูดกับเจียงหลี
ไหวปี้มองซือจุนของตัวเองทันที
เจียงหลีพูดอย่างสบายๆ “ข้ากับไหวปี้ก็รู้จักกันมาก่อน ถ้าหากไหวปี้ต้องการแบบนั้น ยินยอมที่จะเหน็ดเหนื่อยเพื่อจยาเซียน ข้าก็ไม่ปฏิเสธอ