ยู่แล้ว”
“ช่างตรงไปตรงมายิ่งนัก!” ฉิงเวิ่นยิ้มออกมาแล้วพูดกับไหวปี้ว่า “ยังไม่รีบขอบคุณประมุขเซียนอีก”
ไหวปี้สับสนงงงวยไปหมด ทำได้เพียงทำตามคำพูดของซือจุน แล้วก็ถอนสายบัวให้เจียงหลี
ธุระก็คุยเสร็จแล้ว เจียงหลีก็ไม่ได้อยากอยู่ต่อแล้ว นางเรียกกงเสวี่ยฮวาแล้วทั้งสองก็จากไป
ลงมาจากเรือแล้วขึ้นฝั่ง เจียงหลีแสดงสีหน้าแปลกใจใส่กงเสวี่ยฮวา “ข้ารู้สึกว่าเจ้าของวังเวิ่นฉิงเหมือนมีอดีตที่ผู้คนไม่รู้ นอกจากนี้ยังมีทัศนคติเกี่ยวกับความรักที่คนธรรมดาไม ม่มี”
นางมักรู้สึกว่าเจ้าของวังเวิ่นฉิงมีจุดประสงค์อะไรบ้างอย่างที่แนะนำไหวปี้ให้เข้าหานาง
บ้าบอ!
ไหวปี้บ้าบอคนเดียวก็พอแล้ว ประมุขคนนี้ก็ด้วยรึ
“ต้องมีอยู่แล้ว!” กงเสวี่ยฮวาที่ท่าทางทำเป็นรู้ทุกอย่างทำให้เจียงหลีหันมามอง
“เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าของวังคนนี้ เมื่อก่อนเป็นสตรีของหอฉยงเซียนที่ใสซื่อบริสุทธิ์ เคยเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันกับเจ้าของหอฉยงเซียนคนปัจจุบัน และความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ ดีมากๆ แต่อยู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้กลายเป็นศัตรูกันได้ หลังจากเจ้าของวังเวิ่นฉิงออกจากหอฉยงเซียนก็เข้าร่วมกับวังเวิ่นฉิง และเจ้าของวังเวิ่นฉิงคนแรกก็มาจากหอฉยงเซียน