ิ้วปลิวไสว ทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น
หึ่ง!
เมื่อเจ้าเปี๊ยกก้าวเท้า บนพื้นดินจู่ๆ ก็ปรากฏค่ายกลโบราณสีทองขึ้น ราวกับเป็นเสียงร้องคำรามที่มาจากโบราณกาล เมื่อปรากฏขึ้น เสียงดังกึกก้องทั่วทุกสารทิศ
เจียงหลียืนอยู่ที่เดิม ฟังเสียงร้องอันโบราณนี้ ราวกับรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน
ในเวลานั้น เห็นเงาคนจากระยะไกลกำลังใกล้เข้ามา คือเงาของผู้อาวุโสสี่ที่เมื่อชั่วครู่โดนโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจนลอยออกไปไกล
ขณะที่เขากลับมา สีหน้าเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดเหมือนอสูรร้าย พลังจู๋อินของร่างกายเขา ทำให้พื้นที่นั้นเยือกเย็นไม่หยุด สายตาของเขาจ้องไปเจ้าเปี๊ยกอย่างเอาเป็นเอาตาย โดนหลิงหวั งทั้งสองที่ดูยืนเฉยๆ ตะคอกใส่อย่างโมโห “มัวตะลึงอะไรอยู่ ฆ่าเดรัจฉานนี้ทิ้งซะ!”
โง่เขลา!
โง่เขลา
จักรพรรดินีและเจ้าเปี๊ยกด่าทอในใจพร้อมกัน
อ๊ากกก!
โฮก โฮกกก!
แต่ทว่า ในเวลานั้น พื้นเริ่มสั่นสะเทือน ราวกับว่าวิญญาณยุทธ์ในอาณาเขตหลิงอู่ ล้วนขยับตัวพุ่งมาทางนี้
แม้แต่เจียงหลียังอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง
นางคิดไม่ถึงว่าการเรียกใครบางคนออกมาปกป้องผู้เป็นภรรยา ผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะสั่นสะเทือนจนไม่อาจมีสิ่งใดเทียบได้เพียงนี้
ตึงงง!
เจียงหลีสูดหา