“เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ” เว่ยจี๋นั่งตัวตรงขึ้นมา
“อะไร” เจียงหลีกลับไม่เข้าใจความหมายที่เขาเอ่ย
เว่ยจี๋ทำท่าเหมือนจะขาดใจ แต่ทำได้เพียงอดทนและพูดในสิ่งที่นางพึ่งเอ่ยมาเมื่อครู่อีกรอบ “…ฉะนั้น อวี้ลู่เนี่ยงหรือสุราหยกน้ำค้างคือสุราที่เขาหมักเอง?”
“เอ่อคือ…เรื่องนี้ ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ว่า สุราหยกน้ำค้างเป็นสุราที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้กับข้าไม่ผิดแน่” เจียงหลีกะพริบตาไปมา
“ไป!” อยู่ๆ เว่ยจี๋ก็ลุกขึ้นมา ใต้ดวงตายาวเรียวนั้น เป็นประกายระยิบระยับ
“ไปไหน” เจียงหลีมองไปทางเขาอย่างมึนงง
“ไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า” เว่ยจี๋พูดออกมาตรงๆ
มุมปากของเจียงหลีเหยียดออก “เขาอยู่ด้านนอก แต่ เดิมที่ที่ข้าเรียกเขาไว้ ก็เพราะว่าอยากจะเอาไหสุราของเจ้าให้กับเขา”
“เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบ รอให้เจอเขาก่อนค่อยว่ากัน” เว่ยจี๋เอ่ยอย่างเร่งรีบ
“หืม” เจียงหลีมองไปทางเขาอย่างประหลาดใจ
เว่ยจี๋นำไหสุราโยนคืนให้เจียงหลี แล้วเอ่ยกับนาง “เมื่อออกไปแล้ว เจ้าก็ถามเขาเกี่ยวกับเรื่องสุราหยกน้ำค้าง ข้าจะแอบฟังอยู่ข้างๆ”
“เจ้า…” เจียงหลีโดนเว่ยจี๋ผลักออกไปด้านนอก
“วางใจเถอะ เขามองไม่เห็นข้า” เว่ยจี๋เอ่ยอย่างยิ้มกริ่ม
“…” เจียงหลีพูดไม่ออก นา