าดผ่าน หลิวหลีขนาดใหญ่ได้หายไป หลิวหลีขนปุยและน่ารักปรากฏต่อหน้าเจียงหลีอีกครั้ง
เขานั่งยองๆ อยู่บนพื้น มองหน้าเจียงหลีอย่างไร้เดียงสา “จิจิ๊ดดด!”
ทำตัวน่ารักหรือ เสแสร้ง! เสแสร้งต่อไปเถิด! เจียงหลีพึมพำในใจ ขี้เกียจจะเปิดโปงการพรางตัวของใครบางคน และเอื้อมมือกอดเขาไว้ในอ้อมแขนเหมือนเช่นเคย
ขณะนี้ ความเหี้ยมโหดโหมเข้าใส่อย่างกะทันหัน
เจียงหลีเงยหน้าขึ้น มองเห็นเว่ยจี๋กำลังไล่ตามมา
“ปีศาจตัวใหญ่นั่นล่ะ” เว่ยจี๋ถามตรงๆ
“หนีไปแล้ว” เจียงหลีตอบสั้นๆ
ดวงตาของเว่ยจี๋โล่งใจเล็กน้อย จ้องมองไปที่เจ้าเปี๊ยกในอ้อมแขนของเจียงหลีและถามต่อ “มาเพราะมันหรือ”
เจียงหลีหลับตาไม่พูด ลูบขนของเจ้าเปี๊ยก
เจ้าเปี๊ยกในอ้อมแขนของเจียงหลีเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเขียวครามและเย็นชาจ้องมองไปที่เว่ยจี๋
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เว่ยจี๋รู้สึกขุนลุกเมื่อถูกเจ้าเปี๊ยกจ้องมอง แต่เขาก็พูดกับเจียงหลีว่า “นี่คือสัตว์เดรัจฉานในบรรพกาล เป็นจักรพรรดิของเผ่าปีศาจโดยกำเนิด หากเจ้าเก็บไว้ ข้างกาย วันข้างหน้าก็ต้องมีเผ่าปีศาจมาหาเจ้าอีก ข้าว่า เจ้าคืนมันให้กับเผ่าปีศาจเถิด”
“เป็นไปไม่ได้” เจียงหลีปฏิเสธในทันใด
แม้ว่านางไม่รู้ว่าทำไมลู่เจี้ยถึงโกหกนาง แต