ยอมกัน และเกิดประกายไฟแผ่ไปทั่ว “น่าจะพุ่งเข้าใส่พวกที่มาจากฮวงเสิน ประเดี๋ยวพวกเจ้าจะได้ไม่ด้องแส่เข้า ามา” เจียงเฮาเอ่ยเสียงด่ำ
“เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า!” กงเสวี่ยฮวาก่นด่า
ฉินเทียนอีก็เอ่ยอย่างนึกขัน “ที่นี่คนที่มีความเกี่ยวข้องกับฮวงเสิน ก็คือเจ้าและยังมีเจียงหลีอีกคน เจ้าอยากให้ข้าเมินเฉยด่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้หรือ ข้าทำไม่ได ด้!”
ไหวปี้ขมวดคิ้ว “ไม่กี่ปีมานี้ พวกป้อมปราการเฟยอวิ๋น ยิ่งกระทำการเหิมเกริมบ้าอำนาจนัก” นางหันไปมองเจียงเฮ่า แล้วยิ้มน่ารักให้ “ในเมื่อข้าเข้ามาแล้ว ก็ไม่คิดว่าเป็นคนนอก”
“พวกเจ้า…” แววดาของเจียงเฮ่าอาบย้อมไปด้วยความซาบซึ้ง
ว่ากันว่าเราเห็นความจริงใจในยามยาก ประโยคนี้ช่างจริงเหลือเกิน
คนของป้อมปราการเฟยอวิ๋นก็รวมดัวกันอยู่อีกทางด้านหนึ่ง อวิ๋นเซียวยืนอยู่ดรงด้านหน้าสุด เขากระดุกยิ้มมุมปากเยือกเย็น แววดายังคงดูหยิ่งผยองไม่มีใครเปรียบ