นนี้ ทำเอากงเสวี่ยฮวาถึงกับอึ้ง จึงอดคาดเดาในใจไม่ได้ ไม่หรอกกระมัง!
โชคดีที่ความน่าอึดอัดนี้อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะในขณะที่ฉินเทียนอีกำลังมองมาที่ไหวปี้อย่างนึกสงสัยเหมือนกัน เจียงเฮ่าก็เอ่ยปากขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“แต่…” เจียงเฮ่ายิ้มขมขื่นเล็กน้อย “ตามที่ประมุขน้อยทั้งสามได้กล่าวไว้ ต่อให้ดินแดนผนึกมารแห่งนี้เปิดออก ก็ต้องรอไปอีกสองปี เจียงหลีถึงจะสามารถออกมาได้ เกรงว่าทุกท่านจ จะมาเร็วไป”
“เอาน่า เจียงเฮ่า พวกเรามิใช่คนอื่นคนไกล มาปรากฏตัวที่นี่ ก็เพราะเป็นห่วงเจียงหลีจากใจจริงทั้งนั้น ทำไมถึงจะอดทนรออีกสองปีไม่ไหวเล่า” กงเสวี่ยฮวากะพริบตาให้เจียงเฮ่า
เจียงเฮ่ามองพวกเขาตกตะลึง “พวกท่าน…พวกท่านคงไม่คิดที่จะ…”
“ถูกต้อง! เจ้าคิดอย่างไร ข้าก็คิดอย่างนั้นแหละ” กงเสวี่ยฮวาหัวเราะร่วน ยกมือขึ้นตบบ่าเจียงเฮ่า
เจียงเฮ่าฝืนรอยยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด ไม่ง่ายเลยที่เขาต้องคอยปลอบลู่เสวียนที่อยู่ฮวงเสิน แล้วยังมีอีกสามคนที่ไปพร้อมกันในคราวก่อน ที่คอยแอบย่องมาเพื่อหาโอกาสลอบเข้าไปใ ในดินแดนผน