าพาข้าเยี่ยมชมครั้งหนึ่ง” แววตาของเจียงหลี
เป็นประกายด้วยแสงแผดเผา จากการที่ผ่านประสบการณ์ของผู้เฒ่าผอมแห้งกับเว่ยจี๋มาแล้ว เจียงหลีพบว่า วิญญาณชั่วร้ายที่อยู่ในที่แห่งนี้ ล้วนมีทักษะเคล็ดวิชาเป็นของตนเองกันทั้งน นั้น อย่างไรเสียก็ติดแหงกอยู่นี่แล้ว มิสู้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้เพิ่มเติมดีกว่า
ดวงตาของเว่ยจี๋เป็นประกาย เขามองเจตนาของเจียงหลีปรุโปร่ง เขาหลุบตามองสุราที่เจียงหลีเอามาแลกเปลี่ยน เมื่อคว้ามาไว้ในมือของตนเองได้ก็หัวเราะเยาะ “ข้าตะกละตะกลามเสียด้วย สิ”
“พูดแบบนี้ เจ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่” ด้วยความคุ้นเคยกันมานานขนาดนี้ เจียงหลีชินกับท่าทางการพูดการจาเช่นนี้ของเว่ยจี๋ตั้งนานแล้ว
เว่ยจี๋แหงนหน้าดื่มสุราไปหนึ่งอึก “ก็ได้ ข้าเห็นเจ้าถูกพวกนั้นโยนจนเกือบตาย ก็ถือเสียว่าเป็นกับแกล้มรสชาติไม่เลวเหมือนกัน”
“เช่นนั้นก็รีบไปกันเถอะ” เจียงหลีเร่งเร้า
เว่ยจี๋ช้อนสายตามองนาง แล้วเอ่ยหยอกแซ็วนาง “เจ้ารีบจริงเชียว”
“ก็ใช่น่ะสิ ข้าจะรีบส่งวิญญาณชั่วร้ายที่เป็นสหายของเจ้าออกไปให้เกลี้ยง แบบนี้เจ้าก็จะได้อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวสมใจไวๆ ไงเล่า” เจียงหลียิ้มตาหยี
เว่ยจี๋ที่เพิ่งลุกขึ้นยืน เดินโซเซเข่าแทบทรุดเหม