เสียงของเว่ยจี๋ก็ดังก้องขึ้นมาในโถงสุสาน แต่กลับไม่ยอมเผยหน้าออกมาให้เห็น
เมื่อได้ยินเขาเอ่ยเรียกแกมหยอกล้อ เจียงหลีก็แสยะยิ้มแล้วลุกขึ้นมา “ก็ใช่น่ะสิ ข้าคิดถึงเจ้าเสียแล้ว ในเมื่อเจ้าดึงข้าเข้ามา ทำไมถึงเอาแต่หลบซ่อนไม่ออกมาเล่า หรือว่าเจ้าแอบซ่อนสาวน้อยเอาไว้ในสุสานนี้อีก”
“เหนียงจื่อ หึงข้าหรือ เจ้าวางใจ นอกจากเจ้าแล้ว ในนี้ก็ไม่มีสตรีนางไหนอีก ข้าเว่ยจี๋คนนี้มิใช่คนเจ้าชู้ชอบสตรีไปทั่ว” เสียงของเว่ยจี๋ดังขึ้นมาอีกครั้ง
เจียงหลีเก็บซ่อนรอยยิ้ม นางขมวดคิ้วแล้วเอ่ยเสียงขรึม “จ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่”
“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่า ข้างนอกมันอันตราย มิสู้อยู่ที่นี่ เราสองสามีภรรยาละทิ้งทางโลกเพื่อมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ข้าว่าดีจะตาย” น้ำเสียงของเว่ยจี๋เต็มไปด้วยแววหยอกเย้า
เจียงหลีหรี่ตาเล็กน้อย แววตาวูบไหวไปด้วยแสงเย็นวาบ
“ทำไมเหนียงจื่อถึงไม่พูดบ้างล่ะ” เจียงหลีเงียบปากอยู่นาน เว่ยจี๋จึงส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้น เจียงหลีก็กระตุกยิ้มมุมปาก และรอยยิ้มนั้นซ่อนความแปลกประหลาดเอาไว้
เมื่อครู่นี้ตอนที่นางร่วงลงมา นางได้ปกป้องไหสุราเอาไว้ ดังนั้นเหล้าในไหจึงไม่กระฉอกออกไปสักหยด แต่ว่าตอนนี้…
เจียงหลีจับคอไห