ิ่นฉิงสามคนที่เหลือกำลังเดินมุ่งหน้ามาหาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก
ก็อย่างว่าถูกขังอยู่ที่นี่อย่างพิลึก ใครจะไปอารมณ์ดีได้
เจียงหลีมองพวกไหวปี้ไม่นาน แล้วนางก็กลับไปมองพระมหาอินฮูแล้วถามว่า “อาณาเขตจื๋อจั้งที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้คืออะไร”
พระมหาอินฮูตอบว่า “อาณาเขตจื๋อจั้งที่ว่าก็คือการหลอมรวมของกิเลสที่แพร่การกระจายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดม่านใสนี้”
“ในเมื่อท่านรู้ว่ามันคืออะไร แล้วรู้วิธีทำลายมันหรือไม่” หันเหยากวงถามขึ้น
พระมหาอินฮูพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า
ทำให้ผู้คนต่างไม่เข้าใจ กงเสวี่ยฮวาทนไม่ไหวเลยพูดแขวะเขา “เดี๋ยวท่านก็พยักหน้า เดี๋ยวท่านก็ส่ายหน้า สรุปท่านรู้หรือไม่รู้กันแน่”
“รู้ แต่ทำไม่ได้ เช่นนั้นแล้วมันต่างอะไรกันกับไม่รู้ล่ะ” พระมหาอินฮูหันไปมองเขาด้วยท่าทางที่สงบนิ่งเช่นเดิม
“ท่านก็บอกวิธีมา พวกเราจะได้ช่วยกันคิด” เจียงหลีพูด
“ใช่แล้ว! ท่านทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเราทำไม่ได้! คนเยอะขนาดนี้ ช่วยๆ กันคิด อย่างไรก็ดีกว่าคิดหนักอยู่คนเดียว” กงเสวี่ยฮวาพูดเสริมขึ้นมา
พระมหาอินฮูยิ้ม “อยากจะทำลายอาณาเขตจื๋อจั้ง เช่นนั้นก็ต้องมีจิตใจที่ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา”
ในขณะที่ทุกคนเงีย