ไม่ได้ดึงดันต่อ หลังจากที่เจียงหลีพูดจบ เขาก็พยักหน้า “ก็ดี ทำเช่นนี้ปลอดภัยกว่า”
พูดจบ เขาก็ไม่ยอมให้เสียเวลา นั่งขัดสมาธิบนหิน นำแก่นหินวิญญาณสองก้อนออกมา แบ่งถือในมือสองข้าง หลับตาลงเริ่มหายใจเอาพลังจิตเข้า
หลังจากที่ฉินเทียนอีเข้าสู่การฝึกฝน เจียงหลีจึงอุ้มเจ้าเปี๊ยกไว้ นั่งลงบนศิลาที่ถูกกัดกร่อนจนเป็นทรงกลมผิวเรียบตรงริมธาร
“พอได้แล้วล่ะ มือของข้าเหนียวเหนอะไปหมดแล้ว” มองเจ้าเปี๊ยกที่กลับไปสนใจมือของนางจนเจียงหลีทนไม่ไหว ลูบมันหัวเบาๆ
เจ้าเปี๊ยกหยุดลง แล้วเงยหน้ามองนางอีกครั้ง สายตาของหลิวหลีจ้องมองเจียงหลีอย่างไร้เดียงสา
“หลิวหลี” มันวนรอบนางครั้งหนึ่ง หยุดแล้วก็โต้ตอบอย่างไร้เดียงสา
“หลิวหลี เจ้ารู้ว่าจะสามารถจัดการวิญญาณร้ายพวกนี้ได้อย่างไรใช่หรือไม่” เจียงหลีคุกเข่าล้างมือข้างลำธารพลางเอ่ยถามขึ้น
เจ้าเปี๊ยกตาลุกวาว
มันคงจะรู้แน่นอน แต่กลับไม่สามารถบอกนางได้ ในเมื่อนี่เป็นประสบการณ์ของเจียงหลี นางจำเป็นต้องทำให้สำเร็จด้วยตนเอง
หากว่าทุกเรื่องล้วนมีทางลัด นางจะเติบโตได้อย่างไร
“แต่ว่าเจ้าก็อาจจะไม่รู้ เจ้าอายุไม่เท่าไหร่เองนี่” เจียงหลีสะบัดน้ำในมือให้แห้ง แล้วอุ้มเจ้าเปี๊ยกขึ้น