อกมา แล้วเลียแผล็บบนมือของนาง
“…” เจียงหลียกยิ้ม
นางกลับไม่รู้สึกรังเกียจ เพียงแต่ความผิดปกติของเจ้าเปี๊ยกทำให้นางรู้สึกไม่ชิน “หลิวหลี เจ้าทำอะไรน่ะ”
เจ้าเปี๊ยกที่กำลังวุ่นวายอยู่ ได้ยินเสียงเจียงหลีถาม จึงเงยหน้าขึ้น แววตาของหลิวหลีแฝงความเย็นชาอยู่ มองจนเจียงหลีใจเต้นโครม ความรู้สึกเหมือนกับเด็กที่ทำผิด แล้วถูกจับได้!
หลิวหลีที่เย็นชา ไม่ตอบนาง เพียงแต่มองนางครู่เดียวแล้วจึงมุดหัวตั้งใจทำตัวติดนางตลอด
ราวกับอยากทำให้ตรงที่ฉินเทียนอีสัมผัสมาก่อน มีแต่กลิ่นของตนทั้งหมด
เจียงหลีจำยอม ทำได้เพียงปล่อยมันทำตามอำเภอใจ นางหันหลังไปเอ่ยกลับฉินเทียนอี “ยังไม่รู้ว่าวิญญาณร้ายพวกนั้นจะปรากฏขึ้นอีกหรือไม่ ต้องรีบพักฟื้นฟูพลังไว้ก่อน”
“อืม เจ้ารีบฟื้นฟูก่อนเถิด ข้าจะคุ้มกันให้” ฉินเทียนอีเอ่ยถามเอง
เจียงหลีกลับส่ายศีรษะ “เจ้าเสียพลังมากกว่าข้า ถ้าเช่นนั้นเจ้าฟื้นฟูก่อนเถิด” อันตรายยังคงมีอยู่ จึงไม่สามารถฝึกฝนพร้อมกันได้แน่นอน
ฉินเทียนอีคือกระสุนนัดสุดท้าย หากยังต้องเฝ้านางฝึกฝน ถ้าเกิดวิญญาณร้ายจู่โจมกะทันหัน พวกนางสองคนต้องแย่แน่ๆ
ดังนั้น การวางแผนที่ดีที่สุดก็ต้องให้ฉินเทียนอีฟื้นพลังก่อน
เขาก็