มองมาอีก ข้าจะควักลูกตาของพวกมันทิ้ง”
จิ่นซวีผู้อาวุโสของสำนักหลีหุนจงไม่สนใจแล้วหัวเราะ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่วังเวิ่นฉิงสามารถจัดการกับลูกศิษย์ สำนักหลีหุนจงได้ เรื่องเมืองซู่หยา พวกเราทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ทันได้สะสางกันให้ชัดเจนเลย”
เมืองซู่หยา!
ชื่อเมืองนี้ ทำให้สายตาของเจียงหลีและเจียงเฮ่าเป็นประกายพร้อมกัน
“วิถีอิสระแห่งตนไม่มีที่สิ้นสุด พวกเราต่างก็มาฝึกฝนที่ดินแดนผนึกมาร มิต้องขัดแย้งกัน” เสียงไกล่เกลี่ย ดังม มาจากสำนักฝัวหมัว
เจียงหลีมองไปทางพวกเขา
“ลูกศิษย์สำนักฝัวหมัวสวมใส่จีวรสีนิล ศีรษะล้าน บริเวณคอสวมสร้อยลูกประคำ แต่ทำจากกระดูกคนที่ขัดจนเงา พวกเ เขาเข้าใจว่าว่าพระพุทธเจ้าและเทพมารมาจากจุดเดียวกัน บำเพ็ญตนเช่นเดียวกัน เมตตาดั่งพระพุทธ โหดเหี้ยมดั่งมาร ถ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการฝึกฝนที่หาได้ยาก” เสิ่นฉงยิ้มบาง แนะนำเจียงหลีและอีกหลายคน
การฝึกครั้งนี้ยังไม่ได้เริ่มขึ้น ในกลุ่มอำนาจต่างๆ ก็มีบรรยากาศที่ดุเดือด มีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ไม่รู ว่าหลังจากเข้าไปที่ดินแดนผนึกมารแล้ว จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง
เจียงหลีลูบไปที่ขนมันวาวของเจ้าเปี๊ยกอย่างเบามือ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาในทันใด “ศิษ