ี้จะทำให้เขาใช้เวลารอถึงหนึ่งก้านธูป ยามที่เขารอจนแทบจะไม่ไหวกำลังจะลุกออกไปแล้วนั้น กลิ่นหอมก็ลอยอวลมาจากนอกห้อง
ไม่เหมือนกับกลิ่นฉุนจมูกก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย กลิ่นหอมนี้ทำคนสูดดมรู้สึกสบายเป็นพิเศษจนอยากจะดมเข้าไปอีกหลายๆ ครั้ง
เจียงเฮ่าเงยหน้ามองไปนอกประตู เงาร่างพลิ้วไหวบอบบางเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา เห็นเพียงท่าทางของนางก็รู้ได้ว่านางคือสาวงามที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้
หน้านางคลุมผ้าสีมรกตเหมือนกับอาภรณ์ที่สวมอยู่ ดวงตาที่ยั่วเย้านั้นราวกับฉายแววชุ่มฉ่ำของสารทฤดู เรียกคนรักใคร่เอ็นดูไม่น้อย
“คำนับคุณชายเจ้าค่ะ” นางเดินมาหยุดตรงหน้าเจียงเฮ่าแล้วค้อมคำนับด้วยน้ำเสียงราวกับเพลงพิณบรรเลง ไพเราะน่าฟัง ทำเอาใจเต้นระส่ำ
เจียงเฮ่าแววตาเหม่อลอย ขยับเข้าไปใกล้นางอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
สายตาเขาราวกับเห็นเพียงดวงตาดุจแพรไหมงดงามของนางเท่านั้น
สตรีนางนั้นยิ้มมองเขาที่ค่อยๆ เขยิบเข้ามาใกล้ด้วยความพอใจ พอนางกระดิกนิ้วเขาก็ขยับตามนาง เดินเข้ามาในห้องทีละก้าวๆ
“คุณชายท่านมาจากไหนหรือ แล้วมาทำอันใด” เสียงอันไพเราะน่าฟังของนางยังก้องกังวานอยู่ในหัวเขา
เขากำลังจะตอบนางไปตามสัญชาตญาณ
ในระหว่างที่กำลังจะเอ