นลงเวทีประลองไปแล้ว ตรงหน้าเขามีคนๆ หนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็คุ้นเคย
“ข้าคือมู่ชิงเหยียน” มู่ชิงเหยียนแนะนำตัวเอง
มู่ชิงเหยียนรึ
หลังจากที่ในแววตาของมู่เหยี่ยนฉือเผยความงุนงงออกมา ก็นึกออกในทันที เขาพยักหน้า แล้วเดินผ่านมู่ชิงเหยียนไป ไม่ได้พูดอะไร
มู่ชิงเหยียนหันไปพูดกับเขา “พี่รอง คุยกันหน่อยได้หรือไม่”
เสียงเรียกพี่รองนั้น ทำให้มู่เหยี่ยนฉือหยุดลง เขาเงียบไปอยู่นาน แล้วถึงพูดเสียงเข้มว่า “มากับข้าสิ”
มู่ชิงเหยียนสีหน้าดีใจ แล้วเดินไปกับมู่เหยี่ยนฉือ
เจียงหลีเดินมาอยู่ข้างๆ กงเสวี่ยฮวา ทั้งสองคนมองมู่ชิงเหยียนและมู่เหยี่ยนฉือด้วยกันจากด้านหลัง
“ให้ข้าส่งคนไปจับตาดูไว้ไหม” กงเสวี่ยฮวาเสนอ
เจียงหลีส่ายหน้า “ไม่จำเป็น”
กงเสวี่ยฮวาหันมามองด้วยความสงสัย “เจ้ากับตระกูลของพวกเขามีความเคียดแค้นอะไรต่อกันรึเจ้าไม่ได้มาจากในป่าลึกหรอกหรือ”
เจียงหลีมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำให้กงเสวี่ยฮวารู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที
“เหอะๆ ก็ได้ๆๆ ไม่พูดก็ไม่เป็นไร ข้าจะพาเจ้าไปดูวัง” กงเสวี่ยฮวารีบพูดขึ้นมาอย่างรู้งาน
“ไม่ล่ะ ข้าจะกลับไปพักผ่อน” เจียงหลีปฏิเสธ นางจะกลับไปหาเจ้าเปี๊ยก
กง