คิดเอาเปรียบข้างั้นรึ! ตายซะ! ข้าเรียกเจ้าว่ากงเสวี่ยฮวาดีกว่า อย่างน้อยเรียกเช่นนี้ก็ดูปกติหน่อย เรียกเหล่ากงเหมือนเรียกสามีอย่างไรอย่างนั้น”
“เจ้าจะลองไปดูที่ตลาดไหม” กงเสวี่ยฮวายิ้มแห้ง
เจียงหลีนึกภาพ เมื่อเรียกชื่อกงเสวี่ยฮวาท่ามกลางผู้คนมากมายในตลาด ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นไปครู่หนึ่ง
สีหน้านางเปลี่ยนไป “เจ้าคงไม่ให้ข้าเรียกเจ้าว่าจอมยุทธ์หรอกใช่หรือไม่ นี่มันน่าอายนัก”
“เรียกข้าว่าฮวาฮวาก็ได้ ครอบครัวข้าก็เรียกข้าเช่นนั้น หลายปีมานี้ข้าก็คุ้นเคยกับชื่อนี้แล้วเช่นกัน” กงเสวี่ยฮวายอมรับอย่างไม่เต็มใจ
“ฮวาฮวารึ ต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่าฮวาฮวาแล้วกัน” เจียงหลียอมรับอย่างดีใจ
กงเสวี่ยฮวาให้ความรู้สึกที่ไม่เลวนัก และยังช่วยตัวเองไว้อีก เจียงหลีก็ได้ถามคำถามในใจทั้งหมดของตัวเองออกไป
“แล้วสัญลักษณ์สังหารมีผลอะไร” เจียงหลีถามไปกินอาหารไป
กงเสวี่ยฮวามองนางอย่างเล่นๆ “เจ้าไม่รู้หรือ”
ไร้สาระสิ้นดี!
เจียงหลีสบตาเขา ให้เขารับรู้เอง
กงเสวี่ยฮวาเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ถือสาท่าทีของเจียงหลี “ว่ากันว่าหากรวบรวมสัญลักษณ์สังหารได้ จะสามารถฝึกฝนวิชาธรรมกายาได้”
“อะไรนะ” เจียงหลีตกใจ
กงเสวี่ยฮวาพยักหน้า “