ไป ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนและเจ้าที่เมืองหลวงอู๋หนิงต่างก็ตื่นจากภวังค์ทันใด แต่กลับรู้สึกราวกับมีความเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดพาเข้ามาจู่โจมหัวใจ ใบหน้านั้น… หรือว่าเป็นเจ้าคนนอกที่คว้าชัย!?
ในชั่วพริบตา ใบหน้าของสองเทพเจ้าธูปเทียนก็พลันหม่นหมองสุดขีด
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็เพียงส่ายศีรษะเบาๆ
หากเปลี่ยนเป็นนักพรตแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์มาอยู่ ณ ที่นี้ เกรงว่าคงหมอบกราบห้าจุดร้องว่า “คารวะท่านผู้อาวุโส ขอแสดงความยินดี!” ไปแล้ว
‘ยังจะรักษาหน้าอีก… ก็ใช่ ในสวรรค์เจ็ดยอแสงนี้เคยชินกับการวางอำนาจมายาวนาน เงยหน้าสูงจนไม่อาจก้มลง จึงไม่ทันตอบสนองก็สมเหตุสมผลแล้ว’
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ลวี่หยางพลันรู้สึกหมดอารมณ์ไปชั่วขณะ
“ช่างเถิด อย่างไรพวกเจ้าทั้งสองก็เป็นผู้ถูกสถานการณ์บีบบังคับ ข้าจะเปิดทางให้เป็นพิเศษ จะไม่ชักจิตออกหลอมวิญญาณทรมานพวกเจ้าอีก ปล่อยให้พวกเจ้าสลายทั้งจิตทั้งวิญญาณไปเถิด”
ถ้อยคำสิ้นสุด รัศมีวงกลมหยกขาวเบื้องหลังศีรษะของลวี่หยางพลันสว่างวาบขึ้น
รับบัญชาสวรรค์!
ดั่งความหมายแห่งนาม วิชาเทพสายนี้ก็คือรูปแบบอ่อนเยาว์ของตำแหน่งมรรคผลแห่งสวรรค์เจ็ดยอแสง เมื่อแผ่ขยายออกมา ย่อมกดขี่วิถีเทพเจ้าธูปเทียนได้อย่างราบคาบถึงขั้นทำลายล้าง
ยามนั้นเองที่คำของลวี่หยางเอ่ยจบ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนและเจ้าที่เมืองหลวงอู๋หนิงก็เผยแววหวาดกลัวออกมาพร้อมกัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกตะลึงตื่นตระหน