นัก “ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเจ้าก็พูดไม่ได้ เป็นสัตว์บ้าใบ้”
!
แววตาเจ้าเปี๊ยกเป็นประกายวูบไหว มันสัมผัสได้ถึงอารมณ์มัวหมองของเจียงหลี
เกิดเรื่องอะไรขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นมันเกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่มันหลับและฝึกบำเพ็ญ
มันอยากจะเอ่ยคำพูด เพียงแต่ตอนนี้มันยังอ่อนแออยู่มากจนปริปากพูดไม่ได้ มันจึงทำได้เพียงส่งเสียงร้องที่เจียงหลีฟังไม่รู้เรื่องออกมา
อีกทั้งแม้กระทั่งมันยังรังเกียจเดียดฉันท์น้ำเสียงของตัวเอง มันจะส่งเสียงต่อหน้าเจียงหลีได้อย่างไร
เจียงหลีไม่สนใจใยดีมันอีก จากนั้นหยิบผ้าเช็ดหน้าที่แห้งแล้วเช็ดผมที่เปียกปอน
เจ้าเปี๊ยกมองไปที่นางเงียบๆ สมองของมันพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
มันรู้สึกโทษตัวเองว่าทำไมถึงนอนกินบ้านกินเมืองขนาดนั้น แต่ทว่านี่มันไม่ใช่เรื่องที่มันสามารถควบคุมได้ตั้งแรก การฝึกบำเพ็ญของเผ่านี้ก็ต้องอาศัยการนอนหลับ อีกทั้งยิ่งเด็กอายุน้อยก็ยิ่งต้องการเวลานอนมาก
ก่อนหน้านี้มันอยู่กับเจียงหลีบนเกาะน้อยทั้งวัน มันได้ดึงพลังจิตวิญญาณออกมาสนับสนุนมันตลอดเวลาไปแล้ว ฉะนั้นตอนนี้มันถึงได้ง่วงนอนตลอดทั้งวัน
“หลิวหลี เรานอนกันเถอะ” หลังจากเจียงหลีเช็ดผมแห้งแล้วก็เดินมายังข้างเตียง จากนั้นอุ้มเจ้าเปี๊ยกขึ้นมานอนด้วยกัน
เจ้าเปียกนอนบดเบียดในอ้อมกอดของนางและมันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของนางลอยมาเตะจมูกจึงทำให้จิตใจของมันตกอยู่ในห้วงภวังค์
ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงเจียงหลีพูดขึ้น “หลิวหลี เจ้า