ีขนของมันจะปิดบังใบหน้าทั้งหมดของมันเอาไว้ แต่สายตาของมันในตอนนี้กลับเย็นชา
สมควรตาย สภาพมันในตอนนี้จะสามารถถูกหญิงสาวเลือดร้อนกอดเอาไว้ในอ้อมอกได้หรือ
เขาไม่ใช่พวกชอบความเจ็บปวดที่อยากจะทรมานตัวเองให้ตาย!
อยู่ห่างๆ อย่างน้อยก็สามารถหักห้ามใจตัวเองได้
“เอาล่ะๆ ไม่แกล้งเจ้าแล้ว เจ้าอาบเสร็จรึยัง ถ้าอาบเสร็จแล้วเราก็ไปกันเถอะ” เจียงหลีเล่นไปสักพักก็รู้สึกเหนื่อยในที่สุดก็ปล่อยเจ้าก้อนขน
เมื่อได้ยินคำสั่ง ‘นิรโทษกรรม’ ของหญิงสาว เจ้าเปี๊ยกก็กระโดดขึ้นจากน้ำ ฟิ้ว… และหายวับไปในพงหญ้าทันที
“…” มุมปากของเจียงหลีกระตุกอย่างรุนแรงแล้วบ่นออกมาหนึ่งประโยค “ต้องขนาดนี้เลยรึ”
เจียงหลีไม่เข้าใจวิธีการของเจ้าเปี๊ยกเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นกังวลมากเกินไป มาถึงเกาะน้อยไม่กี่วัน นอกจากพวกนางก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตตัวที่สามเลย ฉะนั้นบนเกาะน้อยน่าจะไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดที่สามารถข่มขู่ได้อีกแล้ว
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เจียงหลีแปลกใจคือพ่อแม่ของเจ้าเปี๊ยกอยู่บนเกาะนี้หรือไม่ ถ้าหากอยู่แล้วตลอดเวลาทำไมถึงไม่ออกตามหาล่ะ
ถ้าหากไม่ได้อยู่แล้ว เช่นนั้นเจ้าเปี๊ยกมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“เสียดายที่เจ้าพูดไม่ได้ มิฉะนั้นคงทำอะไรได้ชัดเจนกว่านี้” เจียงหลีถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วลุกขึ้นมาจากน้ำ
หลังจากนางใช้พลังวิญญาณทำให้ผ้าแห้งนางก็ไม่ได้ไปตามหาเจ้าก้อนขนและเก็บผลไม้ระหว่างทางเดินไปถ้ำที่พักอาศัยอยู่
เมื่อกลับมาถึงถ้ำ