ภูเขาเจียงหลีก็กินผลไม้บางส่วนและนำส่วนที่เหลือวางบนใบตองของเจ้าเปี๊ยก จากนั้นจึงเริ่มฝึกบำเพ็ญ
รอจนนางออกจากการฝึกฝนถึงพบว่าเจ้าเปี๊ยกกลับมาตอนไหนก็ไม่รู้กำลังกินผลไม้อยู่เงียบๆ
“หลิวหลี เจ้าทันกลับมาเมื่อไหร่”
เมื่อเห็นเจ้าก้อนขนกลับมาแล้ว เจียงหลีก็อดยิ้มไม่ได้
พอตอนกลางคืนเจ้าก้อนขนก็ปีนขึ้นมานอนตักเจียงหลีเอง ส่วนเจียงหลีก็นอนกอดมันไว้ในอ้อมอกอย่างเป็นธรรมชาติ
“หลิวหลี ตลอดเวลาทำไมเจ้าถึงไม่ส่งเสียงร้องสักนิดเลยล่ะ หรือว่าเจ้ามิอาจส่งเสียงได้ ให้ข้าดูให้เจ้าดีไหม” เจียงหลีโอบเจ้าเปี๊ยกเอาไว้และแปลกใจเล็กน้อย
ถึงมันจะพูดภาษาคนไม่ได้ อย่างน้อยก็น่าจะส่งเสียงร้องได้บ้าง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันกี่วันมันกลับไม่ส่งเสียงร้องเลยสักนิด
เจ้าก้อนขนที่มีความง่วงซึมหลังจากได้ยินคำพูดของนางก็ส่ายหัวช้าๆ เพื่อปฏิเสธความหวังดีของนางที่จะช่วยตนตรวจดู
เมื่อเห็นว่ามันยืนกราน เจียงหลีก็ไม่ฝืนบังคับอีก
หนึ่งคนหนึ่งขนเผื่อแผ่ความอบอุ่นซึ่งกันและกัน จากนั้นจึงเข้าสู้ห้วงนิทรา
จะพูดไปก็ถือว่าแปลกประหลาด ค่ำคืนนี้เจียงหลีนอนหลับสนิทไร้สิ่งรบกวนภายนอก แล้วก็ฝันเหมือนเดิม ฝันถึงชายหนุ่มผู้นั้นที่นางคร่ำครวญคะนึงหา
เช้าตรู่ นางก็ตื่นจากฝันที่กำลังหยอกล้อกับชายหนุ่ม
เจียงหลีที่ลืมตาขึ้นในห้วงอารมณ์สับสน แม้กระทั่งเจ้าเปี๊ยกกระโดดออกจากอ้อมแขนนางไปแล้วยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
“เจ้าใช้วิธีการนี้เพื่อเข้ามาเจอกับ