” ถูกสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่งดูถูกอย่างนั้นหรือ
มุมปากของเจียงหลีกระตุก สีหน้าของนางมืดครึ้ม นางพับแขนเสื้อของนางและพุ่งเข้าหาเจ้าเปี๊ยก
ดวงตาเรียวงามของตี้จวินบางองค์คู่นั้นทอประกายเจิดจ้า ยืนนิ่งอยู่กับที่ รอนางกอดอยู่
แน่นอนว่าตี้จวินถูกกอดไว้เต็มกอด หญิงสาวที่มีเสน่ห์กลับมองมันอย่างงุนงง ราวกับกำลังถามอยู่ ทำไมไม่หลบซ่อนเล่า
ผู้เป็นตี้จวินบ่นในใจว่า พระชายาของตนกอดเขา ทำไมเขาต้องหลบด้วยเล่า
แค่กๆ บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดโดยไม่มีเหตุผล เจียงหลีกระแอมไอเบาๆ ปล่อยเจ้าเปี๊ยกออกไป แต่ก็ไม่ได้คิดจะหยอกล้อกับมัน
“หลิวหลี เจ้าหิวหรือไม่ ข้าจะหาอะไรให้เจ้ากิน” เจียงหลีกล่าวเพื่อที่จะทำลายความอึดอัดใจ
ตี้จวินบางองค์ยังคงไม่พูดอะไรสักคำ อันที่จริงตราบใดที่ยังสามารถหลับสบาย จะกินหรือไม่นั้นก็ไม่สำคัญ เมื่อเห็นว่ามันเงียบไป เจียงหลีก็ลุกขึ้นพร้อมที่จะออกไปหาอะไรกิน
แน่นอน นางเพิ่งยืนขึ้น ก็รู้ว่าตนไม่สามารถขยับได้ เมื่อหันไปมองเขาก็พบว่าอุ้งเท้าของเจ้าเปี๊ยกกำลังกดมุมเสื้อผ้าของนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองจากไป
หืม เจียงหลีมองไปที่มันอย่างฉงน
ตี้จวินบางองค์กระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของนางอย่