บคุมน้ำแต่เป็นวิธีการหนึ่งที่ยืมประโยชน์จากพลังอื่นเพื่อใช้เป็นพลังของตนเอง
…
ฟ้ามืดครึ้มเหนือผืนทะเลกว้างใหญ่ พายุฝนบ้าระห่ำ ฟ้าร้องฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างและคลื่นลูกมหึมา
เรือลำหนึ่งกำลังโยกไหวท่ามกลางพายุฝนและลูกคลื่นใหญ่ ประเดี๋ยวก็ถูกน้ำทะเลกลืนกิน ประเดี๋ยวก็ถูกคลื่นพัดขึ้นมา สองคนที่อยู่บนเรือ คนหนึ่งควบคุมเส้นทางเดินเรือ ส่วนอีกคนหนึ่งควบคุมตัวเรืออย่างสุดกำลัง พยายามต่อสู้กับพลังแห่งฟ้าดินอย่างหนัก เพื่อให้พ้นจากวิกฤตความสินหวังนี้
คืนนี้ช่างยากเย็นแสนเข็ญ หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวก็อาจจะกลายเป็นศพจมทะเลก็เป็นได้
ในที่สุดเมื่อสีของของฟ้าเริ่มสว่าง พายุฝนเบาบาง และคลื่นที่พัดกระหน่ำบางทีอาจจะเหนื่อยแล้วจึงได้เริ่มสงบลง
เจียงหลีนั่งลงบนดาดฟ้าอย่างสง่าผ่าเผย ร่างเปียกชุ่มทั่วสรรพางค์กายจนเสื้อผ้าแนบเนื้อลำตัว นางรู้ดีว่าสภาพของตัวเองยามนี้ทุเรศแต่ไหน แต่ก็ไม่มีแรงที่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมแล้วล่ะ
นางนั่งพิงเสากระโดงเรือแล้วส่ายหน้าพลางหัวเราะ “เหนื่อยยิ่งกว่าความเป็นความตายของคนจริงๆ อีกนะ”
ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยเพียงไหนแต่ก็ถือว่าโชคดีที่ผ่านพ้นมันมาได้
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองไปที่ท้องฟ้าสีซีด ท้องฟ้ายังคงขมุกขมัวไม่แจ่มใสเหมือนเมื่อก่อน แต่อย่างน้อยฝนก็หยุดตกแล้ว ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามและไม่เห็นสายฟ้าแลบอีก…
ฉิบหาย!
ดวงตาของหลีกระชับขึ้นอย่างรวดเร็วและจากนั้นดวงตาของนางก็เบิ