ข้าสู่ฮวงเสิน ก็จะมีคนเล่าเรื่องของซีฮวงให้เจ้าฟัง” หนานอู๋เฮิ่นจบการสนทนาในครั้งนี้
หลังจากนั้น วันเวลาที่อยู่ในทะเล เจียงหลีก็ตั้งใจฝึกฝนอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหนานอู่เฮิ่น เวลาว่างทั้งสองก็จะคุยกันเรื่องซีฮวง
เจียงหลีก็ถามหยั่งเชิงหนานอู๋เฮิ่น ในซีฮวงมีตระกูลที่มีร่างกายค่อนข้างพิเศษหรือไม่ แต่หนานอู๋เฮิ่นกลับไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
เดิมอยากจะสืบเรื่องตระกูลของแม่ ทุกวันนี้ก็ทำได้แค่นี้
เรือได้ล่องอยู่ท่ามกลางทะเลมาเป็นเวลาสิบเอ็ดเดือนแล้วอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“สองสามวันมานี้กระแสลมราบรื่น พวกเราอาจจะถึงฝั่งก่อนสิบกว่าวัน” ยามกลางคืน หนานอู๋เฮิ่นสังเกตท้องฟ้าและดวงดาว แล้วก็พูดกับเจียงหลี
เจียงหลีเงยหน้าแล้วมองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ในที่สุดก็จะถึงแล้ว ข้าอยู่ในทะเลจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว”
ต้องติดอยู่บนเรือทุกวัน มีหนานอู๋เฮิ่นอยู่ด้วย นางจะเข้าสู่เสี่ยวหมีเจี้ยจื่อก็ไม่สะดวก ช่วงเวลานี้จะทำนางอึดอัดตายอยู่แล้ว
ทันใดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของหนานอู๋เฮิ่นก็หายไป แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว แววตามีความเคร่งขรึม แล้วพูดขึ้นว่า “แปลกๆ”
เจียงหลีก็รู้สึกแปลกประหลาด เมื่อครู่ยังมีดวงดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด แต่ตอนนี้กลับหายเกลี้ยง ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิด เหมือนว่ามีพลังที่แกร่งแข็งกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ
เปรี้ยง!
ทันใดนั้น บนท้องฟ้าที่มืดมิดก็มีสายฟ้าแลบ เกือบจะ