วบคุมตัวเองไม่ได้ ข้ากลัวว่าข้าจะบ้า เพราะว่าอยากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ากลัวว่าความรักที่ร้อนแรงของข้าจะแผดเผาตัวเองและเจ้า ข้ากลัวว่าข้าจะกลายเป็นเสี้ยนหนามตำใจเจ้า”
“…” ในใจเจียงหลีว้าวุ่นไปหมด
ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่าหรงจิ่งรู้สึกอย่างไรกับนาง เพียงแต่ไม่คิดว่าเขาจะสารภาพรักเยี่ยงนี้
“เจียงหลี ยอมให้ข้าเรียกเจ้าว่าหลีเอ๋อร์สักครั้งได้หรือไม่” สายตาของหรงจิ่งเต็มไปด้วยความวิงวอน
หรงจิ่งเป็นเช่นนี้ จะให้นางปฏิเสธได้อย่างไร
เจียงหลีพยักหน้าอย่างช้าๆ
การยินยอมของนาง ทำให้แววตาของหรงจิ่งเต็มไปด้วยความดีใจ เขาพูดเบาๆ ว่า “หลีเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าในใจของเจ้ามีเพียงลู่เจี้ย ถึงเขาจะตายไปแล้วเจ้าก็ไม่ต้องการให้ผู้ใดใกล้ชิดเจ้า การใกล้ชิดเยี่ยงนั้นทำให้เจ้าไม่ชอบ แทนที่จะปล่อยให้ข้าถูกเจ้าเกลียดแล้วกลายเป็นเสี้ยนหนามตำใจเจ้า มิสู้ให้ข้าดึงมันออกเองด้วยมือของข้าก่อนหน้านี้จะดีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ข้าก็จะเติมเต็มเจ้าและเจ้าก็จะเติมเต็มข้า”
“เจ้านี่มันโง่จริงๆ เลย” เจียงหลีมองเขาด้วยสีหน้าสับสน
“โง่อย่างนั้นหรือ” หรงจิ่งยิ้ม “ถ้าเทียบกับลู่เจี้ย ข้าก็โง่จริงๆ ด้วย หลีเอ๋อร์ถ้าหากข้าไม่ตาย เจ้าจะยอมรับรักข้าได้หรือไม่”
“…” เจียงหลีเงียบไป แน่นอนว่านางรับไว้ไม่ได้
หรงจิ่งไม่ได้ผิดหวัง พูดต่อว่า “ลู่เจี้ยนี่วางแผนมาดีจริงๆ! เขาก็รักเจ้ามากจริงๆ ถึงได้คิดแผนเช่นนี้ เพียงแต่…ลู่เจี้ยรวมหนึ่