แล้วคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา
“จักรพรรดินีแห่งจยาเซียน! อ๊ากกก! ชาติหน้าข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!” เป่ยเหมินเจวี๋ยตะโกนเสียงดัง
เจียงหลีหันมามองเขา แล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ข้ารอให้เจ้ามาฆ่าข้า เจ้ากล้ามา ข้าก็จะฆ่าพวกเจ้าอีกชาติ”
“เจ้า!” ทันใดนั้นเป่ยเหมินเจวี๋ยก็เบิกตาโต เขาโกรธเจียงหลีมากจนขาดใจตาย
“คุณชาย!” เสียงที่ร้อนรนของอาเฉวียนดังขึ้น
เจียงหลีรีบหันไปมองเมื่อเห็นร่างของหรงจิ่งกำลังจะล้มลง
“หรงจิ่ง!” ร่างของเจียงหลีหายแวบไปปรากฏอยู่ข้างๆ เขาแล้วประคองเขาไว้
นางค่อยๆ คุกเข่าลงแล้วให้เขานอนลงกับพื้น ศีรษะของเขาหนุนอยู่บนแขนของนาง ระยะห่างของทั้งสองคนใกล้กันแบบที่ไม่เคยใกล้ขนาดนี้มาก่อน
“ไม่ต้องกลัว ข้าจะช่วยเจ้าเอง” เจียงหลีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฝ่ามือของนางเปล่งแสงของนกอมตะ
แต่ว่าในตอนที่นางเตรียมจะช่วยชีวิตเขา หรงจิ่งกลับใช้มือที่เย็นเฉียบจับมือนางไว้ ปิดแสงของนกอมตะไว้
“ไม่ต้องช่วยข้า” หรงจิ่งอมยิ้มแล้วส่ายหน้า
ทำไมล่ะ ไม่ให้นางช่วยเขาในตอนนี้…
หรงจิ่งแววตาอมยิ้ม เขามองเจียงหลีที่เป็นห่วงเขาจึงเผยรอยยิ้มที่เจิดจ้าที่สุดในชีวิตออกมา “ข้ากลัว” เขาตอบกลับ
“กลัว กลัวอะไรหรือ” เจียงหลีไม่เข้าใจ แววตาร้อนรนเป็นอย่างมาก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ หรงจิ่งตายแน่
“เพราะว่า…” แววตาของหรงจิ่งกลับสับสนและไม่อยากตัดใจ เขาพูดอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางที่สูงส่งเหมือนที่ผ่านมา “ข้ากลัวว่าวันหนึ่งข้าจะค