้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา
จักรพรรดิเซ่าตี้ไม่ได้มองนางแต่ว่านางกลับรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่มองริมฝีปาก มองจมูก มองลำคอแล้วก็เคลื่อนสายตามองเรือนร่างของนาง
ภายใต้แววตานั้น นางรู้สึกได้ว่าตัวเองไม่มีที่ให้หลบหนี ทุกอย่างเผยให้เห็นอยู่ตรงหน้าเขา
“ลู่เจี้ย” นางมองเซ่าตี้ด้วยความออดอ้อน “ท่านเป็นผู้ชายที่รูปงามที่สุดแล้ว มีท่านแล้วข้าจะไปชอบใครได้อีกเล่า”
“อืม ณ จุดนี้ ถือว่าตาของเจ้ายังมีแวว” เซ่าตี้พยักหน้าแล้วพูดด้วยความเคร่งขรึม
“…” เจียงหลีมุมปากกระตุกเล็กน้อย ทำไมก่อนหน้านี้นางถึงไม่รู้ว่าเขาหลงตัวเอง เพียงแต่ความรู้สึกถึงอันตรายยังไม่หายไป นางจึงไม่กล้าปะทะกับเขาในตอนนี้ ทำได้เพียงพูดประจบ “ดังนั้น ท่านก็ควรเชื่อข้า”
“อือ” เขาพูดตอบไปอย่างนั้น
ลูกตาของเจียงหลีกลอกไปมา กำลังวิเคราะห์ว่าจะหยอกล้อเขาเล่นได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันนางก็กำลังรู้สึกไม่พอใจ นางดูเป็นผู้หญิงบ้าผู้ชายขนาดนั้นเชียวหรือ
“ท่านไม่เชื่อข้า เช่นนั้นก็…” ทันใดนั้นนางก็ดันจักรพรรดิเซ่าตี้แล้วตัวเขาก็เอนไปพิงกับพนักพิงเก้าอี้
นางไต่อยู่บนตัวเขาเหมือนกับแมวอย่างไรอย่างนั้น หน้าผากของทั้งสองชนกัน ปลายจมูกถูไถกันแผ่วเบา นางพูดด้วยลมหายใจที่มีกลิ่นหอมว่า “ถ้าหากกท่านไม่เชื่อ เช่นนั้นพวกเราก็มาทำเรื่องสนุกๆ กันสักหน่อยดีไหม ท่านจะได้เชื่อ”
เสียงหวานๆ ของนางฟังแล้วรู้สึกเร่าร้อนไปทั้งสรรพางค์กายและแขนขาไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา