งหลีพยักหน้า “เช่นนั้นเจ้าก็ไปพักอยู่ที่สถาบันไป๋หยวน ถ้าอยากออกมาเดินเล่นก็เรียกลู่เสวียน ถ้าไม่อยากก็ฝึกฝนอยู่ในสถาบัน อาจารย์ในสถาบันล้วนแต่ดีมาก มีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามพวกเขาได้”
“ทำไมอะไรๆ ก็ข้า” ลู่เสวียนพูดด้วยความน้อยใจ
เจียงหลียิ้มตาหยีแล้วมองเขา “รับใช้สาวงามถือเป็นงานที่มีเกียรติ”
“ไม่ต้องก็ได้” เห็นท่าทางที่ปฏิเสธของลู่เสวียน เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดอย่างอวดดี
เจียงหลีกลับพูดโน้มน้าวอย่างอดทน “เจ้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่คุ้นเคยกับอะไรทั้งหมดที่นี่ มีลู่เสวียนอยู่เป็นเพื่อน อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้นมาก”
เหวินเหรินิชิ่งชิ่งกัดปาก ทำได้เพียงพยักหน้าตอบตกลง
ฟังคำอธิบายของเจียงหลีแล้ว ลู่เสวียนก็ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เจียงหลีไปส่งทั้งสองคนไปสถาบันไป๋หยวนด้วยตัวเอง แต่ว่ากลับไม่ได้เข้าประตูสถาบันไป รอพวกเขาลงจากรถม้าแล้ค่อยกลับพระราชวัง
เพียงแต่สิ่งที่นางคิดไม่ถึงก็คือพอนางกลับมาถึงตำหนักหวงจี๋ ลู่เจี้ยที่หายไปเดือนหนึ่งกลับปรากฏตัวแล้ว
นางเก็บความความตื่นเต้นในตอนแรกเอาไว้ เพราะว่าเขาหายไปนาน เจียงหลีทำหน้านิ่ง แล้วเดินเขาไปใกล้เขา แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “ทำไมวันนี้มหาเทพตี้จวินถึงได้ว่างมาหาข้าได้ แต่ว่าข้างานยุ่งมาก คงไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นกับมหาเทพตี้จวินหรอก”
“มานี้” จักรพรรดิเซ่าตี้นั่งลงบนบัลลังก์มังกรแล้วกวักมือเรียกนางให้เข้าไปหา
เจียงหลีกลับยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับแล้วพูด