งชิ่ง เจ้าเพิ่งมาถึงราชวงศ์จยาเซียน อะไรๆ ก็ยังไม่คุ้นเคย อยากจะลองเดินเที่ยวดูก่อน หรือว่าอยากจะไปฝึกฝนที่สถาบันไป๋หยวนเลย เรื่องที่จะไปซีฮวง ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว นานสุดหนึ่งเดือน พวกเจ้าก็สามารถออกเดินทางได้” ท่าทางที่เจียงหลีปฏิบัติต่อเหวินเหรินชิ่งชิ่งนั้นดีมากจริงๆ
ลู่เสวียนเบะปากแล้วยิ่งรู้สึกน้อยใจ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งรู้สึกตะลึงในความเมตตาที่ได้รับ นางยังไม่ชินกับฐานะจักรพรรดินีของเจียงหลี ชั่วครู่เดียวก็ถามอย่างเข้าใจความคิดนางเช่นนี้ ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะคิดแทนอีกฝ่าย “แต่ว่าขบวนส่งเจ้าสาวยังอยู่จะไม่สนใจอะไรเลยหรือ”
“สนอะไร เจ้าไม่ได้จะให้ข้าแต่งงานกับเจ้าจริงๆ หรอกใช่หรือไม่” ลู่เสวียนพูดอย่างจริงจัง
“เจ้าหุบปากไปเลย!”
“เจ้าหุบปากไปเลย!”
เจียงหลีและเหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดขึ้นมาพร้อมกัน
ทำให้ทั้งสองคนสบตากันแล้วยิ้มออกมาแต่ว่าลู่เสวียนกลับยิ่งไม่พอใจทำได้เพียงคุกเข่าโมโหอยู่กับพื้น
เจียงหลีถามเหวินเหรินชิ่งชิ่งแล้วก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง “เจ้าวางใจได้ มาถึงราชวงศ์จยาเซียนแล้ว พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะทำอะไร ตอนที่พวกเจ้าไปถึง ทางเป่ยโหรวนั้นก็คงได้ข่าวพอดี ช่วงนี้ฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวก็กำลังยุ่งอยู่กับการปะทะกับตระกูลไป๋เซี่ยงอยู่ ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของเจ้าหรอก”
“เช่นนั้น ข้าก็เอาตามที่เจ้าว่าทั้งหมด” เหวินเหรินชิ่งชิ่งไม่ได้ลังเลอะไร เผยแววตาที่เชื่อมั่นในตัวเจียงหลีออกมา
“ดี” เจีย